วันที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2546 ปีที่ 26 ฉบับที่ 9309
ศิลาจารึก"เจ๋ง พิสูจน์ได้ทั้งวิทย์-โบราณคดี

นักวิชาการสายกรมศิลป์ยัน เหมาะสมกับรางวัลยูเนสโก

ผู้เชี่ยวชาญภาษาโบราณ ท้าลั่นพิสูจน์ศิลาจารึก พ่อขุนรามคำแหง หลักที่1 ของจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ใครบอกปลอมให้หาหลักฐานประวัติศาสตร์มายืนยัน "ปองพล" เผยเคยมีคนส่งหนังสือคัดค้านถึงยูเนสโก



เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายปองพล อดิเรกสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ให้สัมภาษณ์กรณีนักประวัติศาสตร์ระบุหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงหลักที่ 1 ไม่ได้ทำขึ้นสมัยพ่อขุนรามคำแหง แต่ทำขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ว่า ใครที่คัดค้านเรื่องนี้ก็ช่วยไม่ได้เพราะทางองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) มีมติให้หลักศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงเป็นมรดกโลก ก่อนหน้านี้มีคนส่งหนังสือคัดค้านไปที่ยูเนสโกว่าไม่ใช่ของจริงที่สร้างสมัยพ่อขุนรามคำแหง ทางกระทรวงชี้แจงยูเนสโกไปแล้ว ส่วนการจัดงานสมโภชศิลาจารึกดังกล่าวนี้ในวาระครบรอบ 720 ปี จะจัดในปี 2546 นี้แต่ต้องหารือร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ด้วย สำหรับหลักศิลาจารึกดังกล่าวนี้จัดเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร

นางสิริกร มณีรินทร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. กล่าวว่า การที่ยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลกเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากกว่า ประชาชนชาวไทยน่าดีใจเอาไว้ก่อน ยิ่งในช่วงที่จะประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก(เอเปค)ในเดือนตุลาคมน่าจะเป็นสิ่งดีมากๆ ส่วนกรณีที่นักประวัติศาสตร์บางส่วนบอกว่าไม่ใช่ของจริงเป็นของปลอมเป็นเรื่องที่สามารถพิสูจน์กันภายหลังได้

นางสาวก่องแก้ว วีระประจักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโบราณ กรมศิลปากร กล่าวว่า หลักศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงเป็นของจริง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะจากการศึกษาตัวอักษรหลักศิลาจารึกพบว่าเป็นตัวอักษรที่พ่อขุนรามคำแหงคิดค้นขึ้น เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ที่ใช้ขึ้น จะเห็นว่าพยัญชนะที่เขียนจะไม่มีขอบบนล่างเหมือนอักษรขอม สระพยัญชนะอยู่ในบรรทัดเดียวกัน การเขียนอักษรพ่อขุนรามคำแหงไม่ต้องยกเครื่องมือเขียน สามารถเขียนติดต่อกันได้เลยในแต่ละพยัญชนะเป็นเอกลักษณ์มาจนถึงทุกวันนี้ แต่ถ้าเป็นอักษรของขอมหรือของภาษาอังกฤษเวลาเขียนพยัญชนะส่วนใหญ่ต้องยกเครื่องมือเขียน เช่น ตัว T ต้องขีดเส้นตรงบนและถึงจะขีดเส้นตรงล่าง การเขียนต้องยกปากกาเวลาเขียน สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระทางภาษา นอกจากนี้ในหลักศิลาจารึกดังกล่าวจะเขียนเป็นรูปสละลอยอย่างคำในศิลาจารึกขุนศรีอินทราทิตย์ ในศิลาจารึกรุ่นหลังๆ จะใช้รูปสระลอย

"นักประวัติศาสตร์และคนที่ออกมาบอกว่าหลักศิลาจารึกนี้เป็นของปลอม อยากทราบว่าบุคคลเหล่านี้เคยอ่านหลักศิลาจารึกและมีความรู้เรื่องนี้หรือเปล่า หากออกมาระบุว่าทำขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ควรจะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ออกมายืนยัน ไม่อยากให้ออกมาพูดลอยๆ แบบนี้" ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาโบราณกล่าว

คุณหญิงแม้นมาศ ชวลิต ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยแผนงานความทรงจำของโลก กล่าวว่า เหตุผลที่มีการเสนอหลักศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงเป็นมรดกโลก จะเห็นว่าในหลักศิลาจารึก 4 ด้านจะมีเนื้อหาที่บ่งบอกถึงหลักการปกครองบ้านเมืองของพ่อขุนรามคำแหงตรงกับหลักสิทธิมนุษยชนที่เปิดโอกาสให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการปกครองบ้านเมือง เช่น การให้ราษฎรมาสั่นระฆังเวลามีเรื่องเดือดร้อน การจัดระเบียบบ้านเมืองใครใคร่ค้าช้างค้า ใคร่ค้าม้าค้า ราษฎรจะเดินทางไปค้าที่ไหนก็ได้แสดงถึงความเป็นอิสระ การส่งเสริมให้ราษฎรอยู่ในศีลธรรม มีการเชิญพระเถระมาเทศน์ให้ราษฎรฟัง สิ่งเหล่านี้ทางยูเนสโกก็เห็นความสำคัญ

"ส่วนเรื่องที่มีคนค้านว่าไม่ใช่หลักศิลาจารึกจริงนั้น ทางยูเนสโกไม่ได้สนใจประเด็นเหล่านี้เท่าไร แต่ทางคณะกรรมการก็ได้ทำหนังสือชี้แจงเรื่องเหล่านี้ไปด้วย ว่ามีการศึกษาและพิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริงที่สร้างสมัยพ่อขุนรามคำแหง นอกจากนี้ยังพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์โดยสำนักโบราณคดี กรมศิลปากร จากหินหลักศิลาจารึกก็มีอายุอยู่ในสมัยพ่อขุนรามคำแหง มีการพิสูจน์รอยขีดของตัวอักษรในหลักศิลาจารึกด้วย เรื่องเหล่านี้ปกติตามหลักการก็ต้องมีการพิสูจน์ด้วยหลักวิทยาศาสตร์ควบคู่ไปด้วย ส่วนที่บางท่านบอกว่าคำบางคำไม่ควรจะมีในสมัยนั้นก็มีการถกเถียงกันและได้มีการศึกษาพิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน อย่างคำว่า "ช่าง" ก็มีการจารึกไว้หลักศิลาจารึกหลักที่ 106 หลักที่ 102 เป็นคำว่าช่างเกวียน หลักที่ 54 เป็นช่างลุ" คุณหญิงแม้นมาศกล่าว

คุณหญิงแม้นมาศกล่าวว่า การจะเสนอให้หลักศิลาจารึกหลักที่ 1 เป็นมรดกเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายทำกันอย่างรอบคอบให้มากที่สุด เพราะการที่จะเอาชื่อเสียงของพ่อขุนรามคำแหงไปเสนอนั้นจะต้องทำให้ทุกคนมีความเชื่อถือ เลื่อมใสเคารพนับถือในพระองค์ หากไม่มีพระองค์เราก็อาจจะไม่มีภาษาที่เป็นภาษาไทยจนทุกวันนี้ อย่างไรก็ตาม จะการแปลหลักศิลาจารึกเพื่อเผยแพร่เป็นภาษาจีน เยอรมนี จากเดิมที่ได้พิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสแล้ว อีกทั้งจะมีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ด้วย

นายวิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว) ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปกรรมศาสตร์ และวัฒนธรรม กล่าวว่า เชื่อในศิลาจารึกมาตั้งแต่อดีตโดยไม่มีคำว่าของจริงหรือปลอม จนกระทั่งมีงานวิจัยของนายพิริยะ ไกรฤกษ์ อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำวิจัยในช่วงที่เป็นอาจารย์อยู่มหาวิทยาลัยศิลปากร(มศก.) โดยวิจัยในมุมมองประวัติศาสตร์ศิลป์ และโบราณคดี ก็รับฟังได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าศิลาจารึกหลัก 1 เป็นของปลอม เพราะเป็นการนำเสนอโดยใช้ด้านมนุษยวิทยาเข้าไปแยกแยะ ฉะนั้น จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าศิลาจารึกหลัก 1 เป็นของปลอม และส่วนใหญ่ยังเชื่อกันว่าเป็นของจริงมากกว่า

"ประวัติศาสตรศิลป์ไม่มีข้อมูลชัดเจนตายตัว ฉะนั้น โดยความเชื่อส่วนตัวต้องถือว่าเป็นของจริง และการที่ยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกความทรงจำของโลกเราก็น่าจะยินดี เพราะจะเป็นพลังกระตุ้นถึงความเป็นคนไทยขึ้นมาในกระแสโลกปัจจุบัน ก็เป็นปรากฏการณ์ที่ดี" นายวิรุณกล่าว

นายพุฒิ วีระประเสริฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า เวลานี้ความเชื่อในเรื่องแบ่งออกเป็น 2 ทฤษฎี ซึ่งขึ้นอยู่กับวิธีการคิด พูด การกลายของภาษา และตัวอักษร เป็นเรื่องของการตีความทั้งสิ้น บางคนเชื่อว่าศิลาจารึกที่เก่าที่สุดคือหลัก 1 และเป็นของจริง แต่บางคนบอกว่าทำขึ้นสมัยรัชกาลที่ 4 เพราะต้องสร้างความรู้สึกรักชาติ อย่างไรก็ตาม คงต้องดูดีๆ เพราะมีศิลาจารึกอีกหลายหลักที่เขียนอักษรเช่นเดียวกับหลัก 1 แต่ทำไมต้องตีความว่าศิลาจารึกหลัก 1 เป็นของปลอม และถ้าทำปลอมจริง คนทำต้องเป็นยอดอัจฉริยะถึงทำอันอื่นได้เหมือน

นายพุฒิกล่าวอีกว่า การที่ยูเนสโกยกย่องให้ศิลาจารึกหลัก 1 เป็นมรดกความทรงจำของโลกนั้น ไม่เห็นว่าเสียหายตรงไหน เพราะไม่ได้ทำให้ประเทศเสียหาย จึงไม่จำเป็นจะต้องปฏิเสธ

นางสาวิตรี สุวรรณสถิตย์ รองปลัด ศธ. ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติ ว่าด้วยยูเนสโก หนึ่งใน 3 คน ที่ร่วมเดินทางไปชี้แจงต่อคณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติ ของยูเนสโก กล่าวว่า ในการชี้แจงต่อยูเนสโก นอกจากตน คุณหญิงแม้นมาศแล้ว ยังมีนักวิชาการที่ได้รับการยอมรับคือนายอดุล วิเชียรเจริญ กรรมการแห่งชาติว่าด้วยยูเนสโก ร่วมไปชี้แจงด้วย ได้นำหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทั้งเอกสารทางวิชาการ หนังสือ จากหอสมุดแห่งชาติและหอจดหมายเหตุ ตลอดจนหนังสือที่ชาวต่างชาติเขียนไว้ไปยืนยัน อาทิ Thailand a short history เขียนโดย David K. Wyatt หรือแม้แต่ข้อทักท้วงของนักวิชาการบางกลุ่มเกี่ยวกับศิลาจารึกหลักที่ 1 นำไปเสนอด้วย แต่คณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติของยูเนสโกยังยอมรับ และลงมติสนับสนุนเป็นเอกฉันท์ให้จดทะเบียนศิลาจารึกหลักที่ 1 ในโครงการมรดกความทรงจำของโลก

"ไม่คิดว่าคณะกรรมการที่ปรึกษานานาชาติของยูเนสโกให้จดทะเบียนเพราะเวทนา อย่างที่นายสุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการและผู้พิมพ์ผู้โฆษณา หนังสือศิลปวัฒนธรรม ระบุ เพราะคณะกรรมการดังกล่าวมีมาตรฐานและประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ เหมือนเป็นการดูถูกสติปัญญาของคณะกรรมการ และเป็นการก้าวล่วงเกินขอบเขตของนักวิชาการ ซึ่งถ้าคนวิจารณ์เข้าไปนั่งฟังอยู่ในที่ประชุมด้วยแล้วเห็นว่าลงมติให้ด้วยความเวทนาจริง จึงจะพูดอย่างนั้นได้" นางสาวิตรีกล่าว

นางอมรา ศรีสุชาติ ผู้อำนวยการพิพิธสถานแห่งชาติรามคำแหงสุโขทัย กล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องดีที่ยูเนสโกเห็นความสำคัญของศิลาจารึก แต่เมื่อยกย่องหลักที่ 1 แล้ว น่าจะยกย่องหลักอื่นเสมอเหมือนกัน เนื่องจากศิลาจารึกสมัยสุโขทัยมีมากกว่า 10 หลัก แต่ละหลักกล่าวถึงอารยธรรม วัฒนธรรม และภูมิปัญญาสุโขทัยไว้มากมาย ส่วนความเห็นของประวัติศาสตร์บางสายที่บอกว่าไม่ใช่จารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช เพราะสร้างขึ้นใหม่นั้น เห็นว่าด้านที่ 1 บ่งบอกไว้ชัดเจนแล้วว่า "พ่อกูชื่อศรีอินทราทิตย์ แม่กูชื่อนางเสือง พี่กูชื่อบานเมือง กูมีพี่น้องท้องเดียวห้าคน ผู้ชายสาม ญิงโสง พี่เผือผู้อ้ายตายจากเผือเตียมแต่ยังเล็ก" หมายถึงพ่อขุนรามคำแหงมหาราช คิดและทรงเล่าเรื่องให้ช่างสลักลงบนหลักศิลา จึงถือได้ว่าศาลาจารึกหลักที่ 1 เกิดขึ้นโดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชอย่างแท้จริง

"ทางจังหวัด โดยพิพิธภัณฑ์จะจัดสัมมนาทางโบราณคดีอดีตปัจจุบันอนาคตขึ้นในวันที่ 5-6 กันยายนนี้ที่โรงแรมไพลินสุโขทัย มีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีร่วมจำนวนมาก" นางอมรากล่าว

นายอมรทัติ นิรัตศยกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ชาวสุโขทัยต่างดีใจและจะประชุมเพื่อจัดงานเฉลิมฉลองให้ยิ่งใหญ่พร้อมกับงานสมโภชวันอานุภาพพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทางจังหวัดจัดมา 7 ปีแล้ว ครั้งนี้นี้จะเฉลิมฉลองหลักศิลาจารึกไปพร้อมกันด้วยในวันที่ 17 มกราคม 2547


หน้า 1

E-mail : webmaster@matichon.co.th
Copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved. Design by Matichon Information Center.