พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรีคนที่ 24

ยศทางทหาร
พ.ศ.2508 ว่าที่ร้อยตรี
พ.ศ.2508 ร้อยตรี
พ.ศ.2510 ร้อยโท
พ.ศ.2513 ร้อยเอก
พ.ศ.2517 พันตรี
พ.ศ.2521 พันโท
พ.ศ.2523 พันเอก
พ.ศ.2529 พลตรี
พ.ศ.2535 พลโท
พ.ศ.2540 พลเอก
พ.ศ.2542 พลอากาศเอก, พลเรือเอก

ตำแหน่งสำคัญทางหทาร
1 ต.ค.2541 ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก
1 ต.ค.2541 ผบ.ทบ.
1 ต.ค.2545 ผบ.ทหารสูงสุด

ตำแหน่งนายทหารพิเศษ
พ.ศ.2526 ราชองครักษ์เวร
พ.ศ.2531 นายทหารพิเศษประจำกรมทหารราบ
               ที่ 31 รอ.
พ.ศ.2546 องคมนตรี

ตำแหน่งสำคัญทางการเมือง
พ.ศ.2535 สมาชิกวุฒิสภา ครั้งที่ 1
พ.ศ.2539 สมาชิกวุฒิสภา ครั้งที่ 2
พ.ศ.2549 นายกรัฐมนตรี คนที่ 24
พ.ศ.2550 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

ทะเบียนประวัต

ประวัติ
วันเกิด        : 23 สิงหาคม 2486
สถานที่เกิด     : ค่ายจักรพงษ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี
บิดามารดา     : พันโท พโยม - นาง อัมโภช จุลานนท์
สถานภาพสมรส : สมรสกับพันเอกหญิง ท่านผู้หญิง จิตรวดี จุลานนท์

การศึกษาก่อนรับราชการ
พ.ศ.2497 โรงเรียนเซนฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์, โรงเรียนเซนต์คาเบียล
พ.ศ.2500 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 
พ.ศ.2501 โรงเรียนเตรียมทหาร        

พ.ศ.2503 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 12

การศึกษาหลังจากเข้ารับราชการ
พ.ศ.2509 หลักสูตรจู่โจม รุ่นที่ 11 ศูนย์การหทารราบ
พ.ศ.2509 หลักสูตรชั้นนายร้อยเหล่าทหารราบ หลักสูตรโดดร่มรุ่นพิเศษ           
พ.ศ.2512 หลักสูตรชั้นนายพันเหล่าทหารราบ
พ.ศ.2515 หลักสูตรเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 52
พ.ศ.2517 หลักสูตรเสนาธิการหทารบกสหรัฐอเมริกา หลักสูตรการบิหารทรัพยากร
               กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา               
พ.ศ.2535 หลักสูตรการแทรกซึมทางอากาศเบื้องสูงทางยุทธวิธี รุ่นที่ 9
พ.ศ.2536 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 36

ประวัติการทำงาน
พ.ศ.2508 ประจำศูนย์การทหารราบ
พ.ศ.2509 ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองพันทหารราบที่ 1 กรมผสมที่
พ.ศ.2513 ผู้บังคับชุดปฏิบัติการ กองร้อยรบพิเศษ กองรบพิเศษ(พลร่ม) ที่ 2
พ.ศ.2515 ครูโรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ
พ.ศ.2521 ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมผสมที่ 23
พ.ศ.2526 ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 1 กองพลรบพิเศษที่ 1
พ.ศ.2532 ผู้บัญชาการกองรบพิเศษที่ 1
พ.ศ.2535 ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
พ.ศ.2537 แม่ทัพภาคที่ 2
พ.ศ.2540 ที่ปรึกษาพิเศษ กองทัพบก
พ.ศ.2540 ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก
พ.ศ.2541–2545 ผู้บัญชาการทหารบก
พ.ศ.2545–2546 ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
14 พ.ย. พ.ศ.2546 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี
ีพ.ศ. 2546 กรรมการบริหารมูลนิธิอานันทมหิดล

เครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญกล้าหาญ
พ.ศ.2513 เบญจมาภรณ์ช้างเผือก
พ.ศ.2515 เหรีญญพิทักษ์เสรีชน ชั้น 1
พ.ศ.2517 เบญจมาภรณ์มกุฎไทย (บ.ม.)
พ.ศ.2519 จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก (จ.ช.)
พ.ศ.2521 จัตุรถาำภรณ์มงกุฎไทย (จ.ม.)
พ.ศ.2523 ตริตาภรณ์มงกุฎไทย (ต.ม.)
พ.ศ.2524 ตริตาภรณ์ช้างเผือกไทย (ต.ช.)
พ.ศ.2526 ทวีตยาภรณ์มงกุฎไทย (ท.ม.)
พ.ศ.2528 ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก (ท.ช.)
พ.ศ.2530 ประถมาภรณ์มงกุฎไทย (ป.ม.)
พ.ศ.2532 ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.) , เหรียญราชการชายแดน
พ.ศ.2533 เหรียญรามรามา
พ.ศ.2535 มหาวชิรมงกุฏ (ม.ว.ม.)
พ.ศ.2538 มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)
พ.ศ.2539 ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ต.จ.ว.)
พ.ศ.2542 ทุติยจุลจอมเกล้า (ท.จ.)
พ.ศ.2544 ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ท.จ.ว.)

การดำงรตำแหน่งและปฏิบัติราชการสำคัญ
         พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ สำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุดตามหลักสูตร 5 ปีของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าประจำปีการศึกษา 2508 ได้รับพระราชทานยศว่าที่ร้อยตรีพร้อมปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต วทบ.(ทบ) ประจำเหล่าทหารราบ ตำแหน่งผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 1 กรมผสมที่ 31 จังหวัดลพบุรี เมื่อได้เลื่อนยศเป็นร้อยโทได้เข้ารับการศึุกษาหลักสูตรรบในป่า ณ ประเทศิสงคโปร์ ในปีต่อมาได้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรชั้นนายพันเหล่าราบ ณ ศูนย์การทหารราบ จังหวัดลพบุรี เมื่อจบการศึกษาได้รับทุนให้เดินทางไปศึกษาหลักสูตชั้นนายพัน โรงเรียนทหารราบกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ.2521 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายทหารฝ่ายยุทธการและการฝึกกองร้อยรบพิเศษ (พลร่ม) กองรบพิเศษ (พลร่ม)
         ในช่วงปี พ.ศ.2512 - 2515 ร้อยเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ในขณะนั้นได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญๆ ดังนี้ ชุดรบพิเศษออกปฏิบัติการต่อสู้กับหน่วยกำลังผู้ก่อการร้าย บริเวณเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผู้บังคับชุดปฏิบัติการพิเศษ 312 ประจำจังหวัดน่าน ผู้่บังคับหน่วย 383 ปฏิบัติงานในกัมพูชา ปฏิบัติภารกิจบ้านน้ำนาว รอยต่อจังหวัดเชียงรายกับจังหวัดน่าน ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจราธิกุล แทรกซึมหาข่าวเส้นทางการเคลื่อนไหวของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และทำหน้าที่เป็นผุ้บังคับชุดปฏิบัติการพิเศษ นำกำลังทหาร และตำรวยพลร่ม จำนวน 24 คน เข้าช่วยเหลือชุดอาสารักษากอนแดนที่บ้านวังแดงเพชรบูรณ์ การปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับการชมเชยในการเป็นผู้นำหน่วยที่กล้าหาญ สุขุม เยือกเย็น ประมาณสถานการณ์และตัดสินใจปฏิบัติการได้อย่างเหมาะสม ได้รับเกียรติประกับดาวสีเงินบนปีกพลร่มในปี พ.ศ.2515 ได้เข้ารับการศึกษาหลักสูตรหลักประจำหลักสูตรเสนาธิการทหารบกชุดที่ 52 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อจบหลักสูตรได้เลื่อนยศเป็นพันตรีในตำแหน่งประจำกรมยุทธศึกษาทหารบก ระหว่างปี พ.ศ.2518 - 2522 ภารกิจสำคัญในช่วงนี้คือได้ทำหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เมื่อครั้งทรงเข้ารัการศึกษา ณ โรงเรียนเสนาธิการทหารบกชุดที่ 56 และในปี พ.ศ.2522 เมื่อเลื่อนยศเป็นพันโท จึงได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 23 ในปีเกียวกันก็ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งรองเสนาธิการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กองทัพภาคที่ 1 ต่อมาได้ปรับย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองรบพิเศษที่ 1 (พลร่ม) เมื่อ 9 พฤศจิกายน 2525 ในปีต่อมามีการปรับกองรบพิเศษที่ 1 (พลร่ม) เป้นกรมรบพิเศษที่ 1 ขึ้นตรงกับกองพลรบพิเศษที่ 1 มีหน่วยรองจำนวน 2 กองพันโดยพันเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็น ผู้บัญชาการกรมรบพิเศษที่ 1 ตั้งแต่ 27 มกราคม 2526 ในปี พ.ศ.2525 กองทัพบกได้มอบความรับผิดชอบการปฏิบัติการในพื้่นที่ระวังป้องกันให้กับหน่วยรบพิเศษโดยกรมรบพิเศษที่ 1 รับผิดชอบการปฏิบัติงานในทิศทางด้านกัมพูชา ในขณะนั้นได้เกิดสถานการณ์การสู้รบในประเทศกัมพูชาและตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยทหารเวียดนามใช้กำลังผสมเหล่าขนาดใหญ่เข้ากวาดล้างกองกำลังผู้่รักชาติชาวกัมพูชาบริเวณพื้นที่ตามแนวชายแดนระหว่างประเทศกัมพูชากับประเทศไทย พันเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ 838 ตั้งแต่ 2 มกราคม 2527 ถึง 1 ตุลาคม 2529 รวมเป็นระยะเวลา 2 ปี 9 เดือน ได้เสี่ยวต่ออันตรายเข้าไปตรวจเยี่มบำรุงขวัญกำกับดูแลและอำนวยการการรบด้วยตนเอง เป็นผลทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีขวัญและกำลังใจในการสู้รบอย่างดียิ่งจนประสบความสำเร็จ ได้รับการชื่นชมจากผู้บังคับบัญชา และได้รับพระมาหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดีชั้น 6 (เหรียญรามมาลา) เป็นบำเหน็จแห่งความดีและความกล้าหาญซึ่งมีทหารน้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้รับ และเมื่อ 1 ตุลาคม 2529 พันเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้บัญชาการกรมรบพิเศษที่ 1 ได้ปรับย้ายไปประจำสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม(อัตราพลตรี) ตามคำสั่ง ทบ.ที่ 879/2539 ลง 15 กันยายน 2529 และได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่นายทหารคนสนิท พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอยู่ในขณะนั้น ถือเป็นการมอบหมายภารกิจและความไว้วางใจที่สำคัญอันน่าภาคภูมิอย่างยิ่ง ปฏิบัติหน้าที่อยู่จนกระทั่งเดือนตุลาคม 2530 จึงกลับเข้่าประจำกองทัพบก และในเดือนเมษายน 2532 กองทัพบกจึงมีคำสั่งให้ไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1
         ในปีต่อมา คือ ปี พ.ศ.2533 จึงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษปฏิบัติหน้าที่อยู่เพียง 1 ปี ในปี พ.ศ.2534 ได้กลับเข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอีก 1 ปี
   
      ในปี พ.ศ.2535 ของเดือนเมษายนจึงได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศพลโทในตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และในช่วงเวลาดังกล่าวได้เข้าอบรมหลักสูตรแทรกซึมทางอากาศเบื้องสูงทางยุทธวิธีรุ่นที่ 9 โรงเรียนสงครามพิเศษ ศูนย์สงครามพิเศษ
        ในขณะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการสงครามพิเศษ พลโท สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ปฏิบัติหน้าที่สนองภารกิจให้กับหน่วยและกองทัพเป็นอย่างดียิ่ง จนปรากฎผลงานดีเด่นได้รับรางวัลเกียรติยศจักรดาวจากโรงเรียนเตรียมทหาร สาขาบริหารปกครองและสร้างสรรค์ความมั่นคงของชาติ
         เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2537 พลโท สุรยุทธ์ จุลานนท์ มารับตำแหน่งที่แม่ทัพภาคที่ 2 ในขณะนั้นได้ทำหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด ในสมัยของท่านกล่าวได้ว่า การรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันเขตแดนด้านกัมพูชา สามารถทำให้ประชาชนตามแนวชายแดนดำรงความเป็นอยู่ีและประกอบอาชีพอย่างปกติสุข ไม่ปรากฎการรุกล้ำของกองกำลังต่างชาติ
        พลโท สุรยุทธ์ จุลานนท์ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาบุ่งตาหลั่วเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช เนื่องในมหามงคลสมัยวันเฉลิมพระชนพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 (โครงการสวนน้ำ ร.9)
        - จัดตั้งมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่สนับสนุนมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์สภาพแวดล้อมธรรมชาติของเขาใหญ่ ตลอดจนปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนทั่วไป
        - การช่วยเหลือราษฎรไทยเชื้อสายโซ่ สนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
        - การช่วยเหลือผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย
        - โครงการธง "พิทักษ์ป่า เพื่อรักษาชีวิต" อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด้จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ การปฏิบัติภารกิจในฐานแม่ทัพภาคที่ 2 ได้สิ้นสุดลงในปี พ.ศ.2540 เมื่อได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศพลเอก ให้มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากองทัพบกใน 1 เมษายน 2540 และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบกใน 1 เมษายน 2541
        จนกระทั่งวันที่ 1 ตุลาคม 2541 จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกอันเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญสูงสุดของกองทัพบก เป็นผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 31 ของกองทัพ ภายใต้คำขวัญ "ประหยัด โปร่งใส เป็นธรรม ประสิทธิภาพ" เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ปรับปรุงโครงสร้างใหม่ของกองทัพบกให้เป็นหน่วยรบที่มีความเหมาะสมกับภารกิจ ให้ความสำคัญกับการใช้อาวุธยุทธโธปกรณ์ที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า สนับสนุนการผลิตอาวุธยุทธโธปกรณ์๋ภายในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า เพิ่มขีดความสามารถในการรบด้วยการใช้เครื่องมือสื่อสาร เพื่อการค้นหาทางยุทธวิธีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
         ในช่วงปีสุดท้ัายของการดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคือ ในปี พ.ศ.2545 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ยังให้กำหนดให้เป็นปีแห่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตทหารกองประจำการภายใต้คำขวัญ "พัฒนาคุณภาพชีวิต ปลูกจิต สร้างวิสัย ห่างไกลยาเสพติด" เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตทหารกองประจำการ และกำลังพลของกองทัพบกให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในโครงการ "กองร้อยน่าอยู่ กองพันเข้มแข็ง เขตทหารปลอดยาเสพติด" และได้เริ่มจัดการประชุมผู้บัญชาการทหารบกอาเซี่ยนเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2543 ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทเอาใจใส่ในการปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ ซื่อสัตย์ สุจริต และจงรักภักดีต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง จนได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2545

         ภายหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้รับพระรบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 24 ของประเทศไทย โดยมีภารหน้าที่เร่งด่วน 2 ประการคือ ปัญหารทางการเมืองและปัญหารความจัดแย้งภาคใต้การบริหารราชการในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีช่วงเวลา 1 ปี 3 เดือนนั้น พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัววางยุทธศาสตร์ประชาชนอยู่ดีมีสุข โดยเน้นการพัฒนาคนและครอบครัวให้พึ่งพาตนเองได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ในขณะเดียวกันใช้ความพยายามในการสร้างความประองดอกสร้างบรรยากาศให้เกิดความสมานฉันท์ขึ้นภายในสังคมไทย

*อ้างอิง : หนังสือสือ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ จัดทำโดยกองบัญชาการทหารสูงสุด