|
|
ฝ่ายอำนวยการกับผู้บังคับบัญชานั้น
มีความสัมพันธ์กันอย่างแยกกันไม่ออก ฝ่ายอำนวยการบางท่านอาจ 1. ฟังเป็น และพูดให้เขาฟังเป็น 2. ขจัดอารมณ์ร้ายได้ 3. ทนทุกข์กาย ทุกข์ใจ ทนถูกด่าว่า และทนต่อสิ่งเย้ายวนทั้งหลายได้ 4. ปฏิบัติราชการได้คล่องแคล่ว และรวดเร็ว 5. มีปัญญาสุขุม และมีความคิดอ่านที่ดี มองการณ์ไกล 6. ตื่นตัว ทันโลก มีแผนงานล่วงหน้า ไม่ประมาท เตรียมรับสถานการณ์อยู่เสมอ 7. เป็นคนเอางาน ทำงานเก่ง ขยันขันแข็ง 8. จำแนกเหตุได้ถูกต้อง แบ่งงาน แบ่งบุคคลได้เหมาะสมแก่งาน 9. มีความเมตตากรุณา มีศีลธรรมประจำใจ มีความประพฤติดี 10. มีการสอดส่อง ติดตามงาน 11. สามารถในการค้นหามูลเหตุแห่งปัญญา และแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างถูกต้อง 13. สร้างมิตรภาพกับผู้อื่น 14. เป็นคนใจคอกว้างขวาง หนักแน่น เชื่อมั่นในตัวเอง สามารถในการนำผู้อื่นได้ 15. ฝึกฝนปัญญาตนเองให้ฉลาด 16. เป็นคนรอบรู้ พหูสูต คงแก่เรียน มีปัญญา 17. ไม่ละเลยหน้าที่ 18. เป็นสัตตบุรุษ 19. รอบรู้ในการตั้งกองทัพ สามารถทำให้อาวุธตกไปได้ไกล ยิงแม่นรู้เป้า ทำลายขุมกำลังได้ 20. เฉลียวฉลาด องอาจ แกล้วกล้า เป็นนักสู้องอาจ ไม่หวาดหวั่น ไม่ครั่นคร้ามพรั่นพรึงสะดุ้งตกใจกลัว 21. มีวินัยดี แนะนำผู้อื่น มีความสุภาพอ่อนโยน 22. เป็นคนสุจริต ไม่โลภ 23. เคารพผู้ใหญ่ในราชการ 24. รู้จักประมาณตัว ระมัดระวังตัว 25. เข้ากับผู้อื่นได้ 26. ใคร่ครวญพิจารณาให้รอบคอบก่อนจึงทำ 27. สามารถพูดชักจูงคนฟังให้เห็นคล้อยตาม 28. ฉลาดรอบรู้ในสิ่งที่มีคุณ มีโทษต่อบ้านเมือง 29. เป็นคนสุภาพ ไม่ทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น 30. ฉลาด รอบรู้ กล้าหาญ จำแม่น คงแก่เรียน ประพฤติดี
แม้ว่าความรับผิดชอบจะเป็นของผู้บังคับบัญชาๅแต่ผู้เดียวก็ตาม แต่เมื่อความล้มเหลวใดๆ เกิดขึ้น
จริยธรรมในการปลูกฝังความสามัคคีในหน่วย 1.
พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
และพร้อมที่จะแก้ไขความคิดเห็นที่ผิดของตน
2. เป็นคนหนักแน่นเมื่อไดยินได้ฟังสิ่งใดแล้ว
ใช้ความคิดอย่างสุขุม ไม่หลงเชื่อคนอื่นโดย
3. มองคนอื่นในแง่ดี แผ่เมตตา
คิดนึกถึงความดีในตัวคนอื่น ซึ่งจะก่อให้เกิดความรักใคร่นับถือกัน
4. รู้จักให้เกียรติแก่คนอื่น อ่อนน้อมถ่อมตน ผิดแล้วขอโทษทันที อย่าดันทุรังผิดแล้วไม่ยอมรับผิด
5. มีนิสัยโอบอ้อมอารี เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ของคนอื่น
และไม่ถือสาในความล่วงเกินเพียงเล็กน้อย
6. อย่าเป็นคนหูเบา เชื่อคำส่อเสียดยุยงของผู้อื่น
ทำให้เกิดแตกแยกกัน ทั้งตนเองจะต้องไม่พูดจาก้าวร้าว 7. อย่าพูดจาดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม อันจะเป็นเหตุให้แตกคอกันในหน่วยงาน
8. อย่าเป็นคนโมโหฉุนเฉียว โกรธง่าย ใจน้อย
อารมณ์ร้อนแรง ทำอะไรเอาแต่ใจตัว
จริยธรรมในการเข้าถึงจิตใจประชาชน 1. มีการเสียสละอย่างสูงต่อประชาชนที่มาติดต่อ
2. พูดจาไพเราะอ่อนหวาน สุภาพนุ่มนวล
ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โอบอ้อมอารี เป็นกันเองไม่ถือตัว 3. บำเพ็ญประโยชน์เพื่อความผาสุขของประชาชน 4. มีเจตนาบริสุทธิ์ 5. ฟังเสียงประชาชน และพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาที่ดีของเขา 6. ให้แนวความคิดที่ดี ที่ถูกต้องแก่ประชาชน 7. มีทัศนคติที่ถูกต้องตามคัลลองคลองธรรม 8. กระทำตัวเป็นหลักหรือผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือ เป็นที่พึ่งของประชาชนทั่วไปได้ 9. วางตัวให้เหมาะสมกับความรับผิดชอบในหน้าที่
ความซื่อสัตย์ 5 สถาน 1. ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่การงาน 2. ซื่อสัตย์ต่อบุคคล 3. ซื่อสัตย์ต่อหมู่คณะ 4. ซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติ และพระมหากษัตริย์ 5. ซื่อสัตย์ต่อความดี
ความประพฤติดี 10 ประการ 1. มีความเสียสละ 2. มีความเมตตากรุณา 3. มีความคิดเห็นที่ถูกต้อง 4. พูดความจริง 5. พูดสุภาพอ่อนโยน 6. พูดให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี 7. พูดมีสาระ 8. มีเจตนาที่ดีที่จะช่วยเหลือผู้อื่น 9. ปกป้องทรัพย์สินของผู้อื่น และประเทศชาติ 10. ประพฤติชอบทางเพศ
ละเว้นการประพฤติชั่ว 10 ประการ 1. ความโลภ 2. ความโหดร้ายทารุณ 3. ความเห็นผิด 4. การพูดเท็จ 5. การพูดจาหยาบคาย 6. การพูดส่อเสียดยุยงให้แตกความสามัคคี 7. การพูดเหลวไหลไร้สาระ 8. การเบียดเบียนผู้อื่น 9. การฉ้อโกง ขโมย ทั้งทรัพย์สินของผู้อื่น และของทางราชการ 10. การประพฤติผิดทางเพศ
จริยธรรมของนักปกครอง 10 ประการ 1. มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ 2. มีระเบียบวินัย 3. อุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม 4. มีความซื่อตรง 5. มีความอ่อนโยน 6. มีการตัดสินใจเด็ดขาด 7. ไม่ลุอำนาจโทสะ 8. ไม่เบียดเบียนผู้อยู่ใต้ปกครอง 9. มีความเข้มแข็งอดทน 10. ใจซื่อมือสะอาด
การสร้างความสำเร็จในภารกิจ 1. มีความพอใจในภารกิจนั้นๆ 2. มีความเพียรในการปฏิบัติภารกิจ 3. มีความเอาใจใส่ในการปฏิบัติภารกิจ 4. ใช้สติปัญญาอย่างรอบคอบ ใคร่ครวญแก้ไขในการปฏิบัติหน้าที่
คุณธรรมของสัตบุรุษ (สัปปุรุษ) GENTLEMAN 7 ประการ 1. รู้จักเหตุ 2. รู้จักผล 3. รู้จักตนและหน้าที่ของตน 4. รู้จักประมาณในการต่างๆ เช่น การพูด การกิน การนอน การใช้จ่าย ฯลฯ 5. รู้จักใช้เวลาให้ถูกต้อง เหมาะสมว่า เวลาไหนควรทำอะไร 6. รู้จักสังคม และการวางตัวในสังคม ว่าแต่ละแห่งควรจะกระทำตัวอย่างไร 7. รู้จักแยกแยะบุคคลในสังคม ว่าใครเป็นอย่างไร คนดี - ไม่ดี ควรคบ - ไม่ควรคบ
พรหมวิหารธรรม 4 ประการ 1. มีเมตตา 2. มีกรุณา 3. มีมุทิตา (ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ไม่อิจฉาริษยา) 4. มีอุเบกขา
สิ่งที่ผู้น้อยพึงปฏิบัติต่อผู้ใหญ่ 6 ประการ 1. มีความเคารพยำเกรง 2. ไม่เย่อหยิ่ง อวดดี ถือรั้น 3. รู้จักพอ 4. มีความกตัญญูกตเวที 5. มีความอดทน 6. ว่านอนสอนง่าย พูดรู้เรื่อง
เวสารัชชกรณธรรม (ธรรมที่ก่อให้เกิดความกล้าหาญ) 5 ประการ 1. ศรัทธา มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ควรเชื่อ 2. ศีล รักษากาย วาจา ให้เรียบร้อย 3. พาหุสัจจะ เป็นผู้ฟังมาก ศึกษามาก มีความมั่นใจในตนเอง 4. วิริยารัมภะ ปรารภความเพียร ไม่รู้จักย่อหย่อน 5. ปัญญา ความรอบรู้สิ่งที่ควรรู้
สิ่งที่ใจต้องระวัง (ไม่ให้เกิดในจิตใจตน) 16 ประการ 1. ไม่อยากได้สิ่งของ ๆ เพื่อนร่วมงาน หน่วยงาน ประเทศชาติ 2. ไม่คิดร้ายต่อเพื่อนร่วมงาน หน่วยงาน ประเทศชาติ 3. ไม่โกรธ 4. ไม่ผูกใจเจ็บ 5. ไม่ลบหลู่คุณท่าน 6. ไม่ตีเสมอ 7. ไม่ริษยา 8. ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว 9. ไม่เจ้าเล่ห์ 10. ไม่โอ้อวด 11. ไม่ดื้อด้าน ดึงดัน 12. ไม่แข่งดี 13. ไม่ถือตัว 14. ไม่ดูหมิ่นผู้อื่น 15. ไม่มัวเมา งมงาย 16. ไม่เลินเล่อเผลอเพลิน ลืมตัว
สิ่งที่เป็นมงคลสำหรับชีวิต มีอยู่ 38 ประการ 1. ไม่คบคนชั่วเป็นเพื่อนร่วมงาน 2. คบคนดีเป็นเพื่อนร่วมงาน 3. ยกย่องเชิดชูบูชาคนที่ควรบูชา 4. สังสรรค์พูดคุยกับผู้ที่ทรงคุณวุฒิ มีการศึกษาดี 5. สร้างสมคุณธรรมความดีงามไว้แต่ต้นมือ 6. ตั้งตนไว้ชอบ ไม่ประพฤติชั่วเสียหาย 7. หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม 8. มีศิลปะในการทำงาน 9. มีระเบียบวินัย มีศีลมีสัตย์ มีความประพฤติดี 10. มีวาจาสุภาษิต 11. เลี้ยงดูตอบแทนคุณพ่อแม่ 12. สงเคราะห์บุตร ภรรยา ให้ได้รับความสุข ไม่ทิ้งขว้าง นอกใจ 13. ไม่ปล่อยให้งานในหน้าที่คั่งค้างอากูล 14. อนุเคราะห์ผู้อื่นด้วยสิ่งที่ควรให้ 15. ประพฤติกุศลกรรมทางกาย วาจา ใจ 16. สงเคราะห์ญาติ และช่วยเหลือผู้ร่วมงาน 17. ทำการงานที่ไร้โทษ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน 18. งดการกระทำชั่ว 19. เว้นอกุศลกรรม กาย วาจา ใจ 20. เว้นการดื่ม และเสพของเสพติด 21. อย่าประมาทในการประพฤติธรรม ความดีงาม 22. เคารพนับถือผู้ที่ควรเคารพนับถือ 23. ไม่เย่อหยิ่งอวดดี หรือเบ่ง หยิ่งยโส 24. พอใจในลาภยศหรือสิ่งที่ได้มาโดยสุจริต ไม่โลภอยากได้ของๆใคร 25. มีความกตัญญูกตเวที 26. ฟังธรรมตามกาลอันควร เพื่อพัฒนาจิตใจตนเองให้สูงขึ้น มีคุณธรรมดีขึ้น 27. อดทน 28. ว่างาย ไม่ดึงดันจะเอาชนะด้วยอารมณ์ 29. พยายามพบสมณะผู้สงบ อันเป็นบุคคลตัวอย่างแห่งความดี 30. พูดแต่เรื่องที่มีประโยชน์แก่ส่วนรวม แก่ประเทศชาติ สนทนาธรรมตามการอันควร 31. มีความเพียร 32. ประพฤติพรหมจรรย์ 33. เห็นแจ้งอริยสัจ 4 34. ทำพระนิพพานให้แจ้ง
35. มีใจมั่นคงไม่หวั่นไหวด้วยโลกธรรม
8 อันได้แก่ มีลาภเสื่อมลาภ
มียศเสื่อมยศ มีสุข
มีทุกข์ 36. ความไม่รู้จักเศร้าโศก เหี่ยวแห้งใจ 37. ความมีใจปราศจากกิเลสธุลี 38. ความมีใจพ้นจากกิเลส
สิ่งที่เป็นมลทินทำให้ชีวิตเศร้าหมอง 8 ประการ 1. การไม่ท่องบ่นตำรา วิชาการ เป็นมลทินของความรู้ 2. การไม่ขยันในกิจการงาน หน้าที่ที่รับผิดชอบหรือได้รับมอบจากผู้บังคับบัญชา 3. ความเกียจคร้าน 4. ความประมาท 5. ความไม่ซื่อสัตย์ ทรยศ นอกใจ 6. ความตระหนี่ 7. บาปธรรม 8. อวิชชา
คุณลักษณะผู้นำ 17 ประการ 1. มีความซื่อสัตย์สุจริต 2. มีความรู้ดี 3. มีความกล้าหาญ 4. มีความริเริ่ม 5. มีความตัดสินใจที่ดี 6. มีมนุษยสัมพันธ์สูง 7. มีความยุติธรรม 8. เป็นที่ไว้วางใจได้ 9. มีความสง่าผ่าเผย 10. มีความอดทน 11. มีความกระตือรือร้น 12. ไม่เห็นแก่ตัว 13. ทันต่อเหตุการณ์ 14. มีดุลยพินิจที่ถูกต้อง 15. มีความจงรักภักดี 16. มีการสมาคมดี 17. รู้จักบังคับตัวเอง
ขวัญดีหรือขวัญเลวขึ้นอยู่กับอะไร ขวัญของผู้ใต้บังคับบัญชาจะดีได้ด้วยเหตุดังนี้ 1. เขาได้ทำงานที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถของเขา 2. ตำแหน่งหน้าที่ของเขามีความมั่นคง ผู้บังคับบัญชาเห็นความสำคัญ 3. รายได้พอใช้ ไม่เป็นหนี้เป็นสินอย่างมากมาย 4. ได้ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม 5. ให้เขารู้สึกว่ามีโอกาสก้าวหน้า มีความหวังที่จะเห็นหน่วยเจริญขึ้น
6.
ให้เขามีความรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันกับผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานอื่นๆในหน่วย
7. ได้รับคำยกย่องชมเชยบ้างเมื่อทำดี
8. ให้เขามีส่วนทราบถึงนโยบาย
แผนงาน การเปลี่ยนแปลง และการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ในหน่วยงาน
9.
ผู้บังคับบัญชาของเขามีความเป็นผู้นำ
และมีความสามารถในการบริหารงานอย่างดี มีกุศโลบาย
10.
ให้เขาได้มีโอกาสพูดคุยแสดงความคิดเห็น
ได้ระบายความอัดอั้นหรืออุปสรรคที่ทำให้งานดำเนินไป 11. ให้เขาได้ภูมิใจที่เห็นผู้บังคับบัญชาสนใจ และติดตามงานที่ได้มอบหมายแก่เขา
12. ให้กำลังใจ ดูแล
จัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานให้อย่างเพียงพอ เช่น
โทรศัพท์ 13. ผู้บังคับบัญชาจะต้องปกป้องไม่เอาตัวรอดเมื่อมอบงานให้แล้วเกิดล้มเหลวหรือไม่ได้ผล
ขวัญของผู้ใต้บังคับบัญชาจะตกต่ำได้ เพราะเหตุดังนี้ 1. เห็นคนทำดีแล้วไม่ได้ดี อภิสิทธิ์ในหน่วยไม่เหมือนกัน 2. ถูกดุด่าเมื่อกระทำความผิด แต่เมื่อทำความดีไม่เคยได้รับคำยกย่องชมเชย
3. มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก
การจับกลุ่ม การนินทาว่าร้าย
การยุยงเสียดสี การอิจฉาริษยา
เทคนิคในการประสานงาน
หน้าที่สำคัญของฝ่ายอำนวยการก็คือ
การประสานงาน ซึ่งในการประสานงานนั้นสิ่งที่ทุกคน ความร่วมมือจะบังเกิดขึ้นได้ด้วยการวางตัว
การปฏิบัติตนของฝ่ายอำนวยการ เพื่อให้เกิด
โดยปกติบุคคลที่เราไปประสานงานมักมีด้วยกัน 6 ประเภท คือ
1.
ประเภทมีสมรรถภาพสูงและมีคุณธรรม คนพวกนี้มักมีความจริงใจ
ยินดีรับการประสานงาน 2. ประเภทหย่อนสมรรถภาพและหย่อนคุณธรรม มักจะช่วยแต่ปาก เอาเข้าจริงช่วยอะไรไม่ได้ 3. ประเภทเฉื่อยชา ได้แก่พวกไม่ใยดีอะไรทั้งนั้น 4. ประเภทต้องหยอดน้ำมัน ต้องใช้เงินเข้าแก้ไขความขลุกขลักล่าช้า
5. ประเภทยึดถือตัวบุคคล
ถ้าอ้างผู้ใหญ่ หรือเส้นสาย หรือคนของคนนั้นคนนี้ จึงจะรีบทำให้
คนพวกนี้
6. ประเภทยึดหลักการแจ
ถือประโยชน์ของทางราชการเป็นหลัก ผิดนิดผิดหน่อยในเรื่องหยุมหยิม
อย่างไรก็ดีฝ่ายอำนวยการควรปรับปรุงตัวให้เป็นคนที่ใครๆอยากติดต่อประสานงานและ
1. เป็นผู้มีใจคอกว้างขวาง ใจดีไม่ตระหนี่ คับแคบ 2. มีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ในโอกาส และจังหวะอันเหมาะสม 3. มีความตรงต่อเวลา ทำอะไรเสร็จภายในกำหนด ไม่โอ้เอ้ ยืดยาด ผลัดวันประกันพรุ่ง 4. มีความยุติธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต 5. มีความหนักแน่น ไม่หูเบาเชื่อคนง่าย 6. มีความขยันขันแข็งในกิจการงาน เสียสละและกล้ารับผิด 7. อ่อนหวานด้วยน้ำใจไมตรี มีวาจานอบน้อมสุภาพ ผูกมิตรมากกว่าจะชวนเกิดเรื่อง 8. รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา 9. เป็นคนที่เข้าพบได้ง่าย 10. มีความเป็นอยุ่ค่อนข้างง่าย ไม่ถือตัว 11. ใจคอชื่นบาน รู้จักชมคน และให้กำลังใจ 12. ไม่มุทะลุดุด่า ก้าวร้าว ฉุนเฉียวง่าย โกรธง่าย 13. รู้จักให้เกียรติผู้อื่น 14. ไม่โลเล เปลี่ยนใจง่าย 15. รู้จักถนอมน้ำใจคน 16.
รักษาบุคคลิกที่ดีเด่นของตนอย่างถูกต้อง การแต่งกายสะอาด
ตบแต่งทรงผมเรียบร้อยทะมัดทะแมง
17.
รู้จักใช้อำนาจหน้าที่ไปโดยอัตโนมัติ โดยผู้ที่รับการประสานงานอยู่นั้น
แทบจะไม่รู้ตัวว่าเรากำลังใช้
มารยาทของฝ่ายอำนวยการ มารยาท
หมายถึง กิริยาวาจาที่ถือว่าสุภาพเรียบร้อย
ซึ่งบางขณะต้องประกอบด้วยการเสียสละและ
มารยาทในการเข้าพบผู้มีอาวุโสสูงกว่า 1. ถ้ามี ทส. ต้องติดต่อผ่านทาง ทส. 2. เคาะประตู ถ้าไม่คุ้นเคยกันควรแนะนำตัว หรือรายงานตัว 3. ไม่ควรควักบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ในห้องที่เจ้าของห้องไม่สูบบุหรี่ 4. ไม่ควรขอเข้าพบพร่ำเพรื่อ และนั่งคุยนาน ทำให้เจ้าของห้องเกิดความรำคาญ
5. ไม่ควรเข้าพบใกล้เวลาอาหาร
หรือถ่วงเวลาให้ใกล้เวลาอาหาร จะได้รับการเชิญชวนให้ไปรับประทาน 6. ไม่ควรพาเพื่อนฝูง หรือบุตรหลานไปด้วย อาจจะก่อความรำคาญโดยใช่เหตุ
การต้อนรับผู้มาประสานงาน 1. ควรจะมีกิริยายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายด้วยถ้อยคำสุภาพไม่เกรี้ยวกราด 2. เชิญให้นั่งในที่อันควร จัดหาน้ำร้อนหรือเย็นตามสมควร 3. ไม่ควรถามเขาว่า มาธุระอะไร ให้รอจนกว่าผู้ประสานงานเอ่ยปาก 4. ถ้าถึงเวลาอาหาร ให้ชวนเขาร่วมรับประทานด้วย
5. เจ้าของสำนักงานควรชวนคุย
ไม่ให้ผู้มาประสานงานเกิดความว้าเหว่ ไม่ควรแสดงกิริยารังเกียจ 6. อย่าสูบบุหรี่ และนั่งพูดกับผู้มีอาวุโสสูงกว่า ที่เข้ามาประสานงาน 7. ถ้าเขามาขอความช่วยเหลือ จะต้องช่วยเหลือตามสมควร หากขัดข้องควรพูดชี้แจงให้เข้าใจโดยสุภาพ
8.
เจ้าของสำนักงานไม่ควรพูดขัดคอผู้มาประสานงาน
และในเวลาเขากลับถ้าเป็นผู้อาวุโสกว่าควรลุกขึ้น
มารยาทในการประชุม 1. ไม่ควรมีอารมณ์ขุ่นมัว ค้านดะไม่ว่าเรื่องอะไร 2. ไม่ควรเอาเรื่องเกลียดชังกันเป็นการส่วนตัวมาเป็นสาเหตุการคัดค้าน หรือไม่เห็นด้วย
3. ไม่ควรใช้คำถามแบบฉีกหน้า
หรือดูถูกภูมิปัญญาของผู้เข้าร่วมประชุม ควรใช้ถ้อยคำสุภาพ 4. อย่าพูดครึ่งๆกลางๆ ที่ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมไม่เข้าใจประเด็น 5. หลีกเลี่ยงการโต้เถียงแบบเอาความคิดเห็นของหมู่คณะตนเป็นใหญ่
6. ยอมรับกันที่เหตุผล ข้อเท็จจริง
และการตกลงใจของประธาน อย่าดันทุรัง เมื่อประธานตกลงใจ
7.
เมื่อที่ประชุมตกลงใจไม่เอาตามความคิดเห็นของตน อย่าแสดงกิริยาไม่พอใจ
ด้วยการลุกไปเสีย 8. ไม่ควรถามรายละเอียดในลักษณะต้อนให้เขาจนมุม
มารยาทในโต๊ะอาหาร 1. แต่งกายให้เรียบร้อย 2. ไม่ไปช้ากว่าเวลาที่กำหนด ควรให้ถึงก่อนไว้ประมาณ 15 นาที เผื่อการจราจรหรือเหตุขัดข้องอื่นๆ
3. ไม่ควรนั่งก่อนสุภาพสตรี
หรือก่อนเจ้าภาพจะมา หรือก่อนเจ้าภาพหรือประธานจะเชิญให้นั่ง
4. เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว
ไม่ควรแนะนำให้ใครต่อใครรู้จักกัน แต่ควรแนะนำก่อนการรับประทานอาหาร
5. ขณะรับประทานอาหารต้องระวังการไอ
จาม บ้วน ขาก ลงในจาน เพราะเป็นกริยาที่ไม่ดี 6. อย่าร้องรำทำเพลงในโต๊ะอาหาร 7. อย่าทิ้งสิ่งของ เช่น เปลือกส้ม กระดาษเช็ดมือ ไม้จิ้มฟัน ลงใต้โต๊ะหรือบนพื้นสนามหญ้าที่จัดเลี้ยง 8. อย่านำหนังสือใด ๆ มาอ่านในโต๊ะอาหาร
9. อย่าแสดงกิริยาซุ่มซ่าม หรือหิวจัด
ลุกลี้รุกรน แย่งกันตักอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ที่เจ้าภาพเขาจัดเลี้ยง 10. อย่านั่ง แบบปล่อยอารมณ์ตามสบาย หรือนั่งโยกเก้าอี้ 11. อย่าจิ้มฟันในเวลารับประทานอาหาร อย่าคาบไม้จิ้มฟันเล่น ถ้าจำเป็นจะต้องจิ้มฟันให้ใช้มือป้อง 12. อย่าพูดเมื่อมีอาหารอยู่เต็มปาก 13. อย่าสูบบุหรี่ให้ควันรมประธานหรือเจ้าภาพ หรือรมเพื่อนข้างเคียง 14. ต้องเอื่อเฟื้อช่วยเหลือสตรีที่นั่งข้างเคียงตามสมควรที่เอื้อเฟื้อได้ 15. อย่าถามหรือคายกระดูกจากปากลงในจานอาหาร 16. อย่าเสพสุราจนมึนเมาแสดงกิริยา วัวเห็นแก่หญ้า ขี้ข้าเห็นแก่กิน
17. การรับประทานขนมปัง
ควรบิเป็นชิ้นเล็ก ๆ ไม่ควรกัดกรามรับประทานทั้งก้อนหรือทั้งแผ่น
18. อย่าส่งเสียงโฮกฮากเวลาซดซุป
หรือตักอาหารเข้าปากคำโตเกินไป การรับประทานอาหาร
19. เมื่อสุภาพสตรียังนั่งอยู่
สุภาพบุรุษไม่ควรสูบบุหรี่ ถ้าจำเป็นจะต้องสูบให้ได้ ควรกล่าวคำขออนุญาต
20. เมื่อเสร็จจากรับประทานอาหารแล้ว
ไม่จำเป็นจะต้องพับผ้าเช็ดมือ หรือหยิบโน่นจับนี่เล่น 21. อย่าทิ้งช้อนกาแฟไว้ในถ้วยกาแฟ เมื่อคนกาแฟเสร็จแล้วควรวางไว้ในจานรองถ้วย
22. เมื่อเป็นเจ้าภาพไม่ควรอิ่มก่อนแขก
หรืออ้างว่ารับประทานมาแล้วจึงนั่งเฉย ๆ ไม่รับประทาน
23. ไม่ควรใช้โต๊ะอาหาร หรือห้องกาแฟ
เป็นสถานที่นินทาส่อเสียดผู้หนึ่งผู้ใด และเมื่ออิ่มไม่ควรลุก
มารยาทในการสนทนา 1. อย่าพูดมากนัก พูดเท่าที่จำเป็น และเป็นผู้ฟังให้มาก ๆ 2. อย่าพูดถึงแต่เรื่องตัวเองมากเกินไป จะทำให้คนอื่นเขาเบื่อ
3. อย่าบ่นถึงเคราะห์กรรมใด ๆ
การบ่นดังกล่าวเป็นการแสดงความอ่อนแอในตน หรือเป็นการ
4. อย่าถ่อมตัวมากเกินไป
หรือพินอบพิเทาผู้อื่นมากเกินไป หรือบ่นถึงความยากจนของตนเอง
5. อย่าอวดโต อวดมั่งอวดมี จะเป็นเหตุให้เขาหมั่นไส้ 6. อย่านินทาคนในครอบครัว ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือเพื่อนร่วมสำนักงานให้คนอื่นฟัง 7. อย่าบ่นว่าไม่ชอบใครต่อใคร เพราะจะเป็นการแสดงว่าตนคบใครไม่ได้ 8. อย่าบ่นต่อใคร ๆ ว่ามีผู้ชังตน เพราะจะเป็นการแสดงว่าตนคงจะมีอะไรบกพร่อง จึงมีผู้ไม่ชอบ 9. อย่าเอาความลับของเพื่อนร่วมงานมาล้อเลียนเล่น 10. อย่ากล่าวคำหยาบหรือใช้วาจาสามหาวอันจะเป็นที่รังเกียจแก่ผู้อื่น
11. อย่าติเตียนผู้ที่ตนเคารพ เช่น บิดา
มารดา ครูบาอาจารย์ ผู้บังคับบัญชาเหนือตน เพราะจะแสดงว่า 12. อย่าปัดความหวังดีของเพื่อน อย่างน้อยจะต้องขอบใจในความหวังดีนั้น
13. อย่าขัดคอ หรือโต้เถียงจนเกินควร
เมื่อแน่ใจว่าความคิดเห็นจะไม่ลงรอยกัน ก็ควรสงบเสียข้างหนึ่ง
14. เมื่อจะทักทายปราศรัยกับใคร
จงระวังอย่าใช้คำพูดที่ทำให้คู่สนทนาได้รับความอับอายขายหน้าแก่
15. พยายามหลีกเลี่ยงการพูด
หรือคุยวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่อง การเมือง การศาสนา
ในงานสังคม
16. ถ้าเราแต่งกายด้วยเสื้อผ้า
หรือเครื่องประดับ แล้วมีคนมาชมง่าสวยงาม และถ้าเขามิได้ถามราคา
17. ขณะเดินทางไปในที่ต่าง ๆ
ระหว่างเพื่อนฝูง หรือมีบุคคลอื่นร่วมด้วยก็ตาม อย่าพูดถึงรางร้ายต่าง
ๆ 18. อย่าพูดจาเหยียดหยามผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นในทางความคิดเห็น ความรู้ หรือฐานะความเป็นอยู่ของเขา
19. ต้องเป็นคนมีสัจจะวาจา
เมื่อรับปากกับใครไว้อย่างไรปฏิโดยเคร่งครัด ดังนั้น ก่อนจะรับปากอะไร 20. การกล่าวคำชมเชย จงกล่าวเพียงพอเหมาะพอควร อย่าให้กลายเป็นการยกยอเกินความจริง 21.
อย่ากล่าวคำวิพากษ์ วิจารณ์
ในสิ่งที่ไม่เป็นมงคล โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์สุภาพสตรี
ข้อแนะนำแด่ฝ่ายอำนวยการ ข้อแนะนำในการพูด
มีหลายท่านเกิดอาการประหม่า
เคอะเขิน ปากคอสั่นเมื่อถูกกำหนดให้ขึ้นไปพูดต่อหน้าแม่ทัพ
1. การพูดที่ดีนั้น
ผู้พูดจะต้องพยายามสร้างความรู้สึกเป็นกันเองกับผู้ฟังไปทีละน้อย ๆ
สร้าง
2. ใช้ภาษาธรรมดา ๆ ที่เข้าใจง่าย
บางทีอาจใช้ภาษาท้องถิ่นหรือแม้แต่คำสะแลง มากกว่าทีจะใช้ 3. มีความจริงใจในเรื่องที่พูด แสดงท่าทางกระตือรือร้น 4. ศึกษาเรื่องที่จะพูดมาอย่างแตกฉาน จนสามารถตอบคำถามซักไซ้ไล่เรียงได้ทุกกรณี
5. มีความเฉลียวฉลาดในการวางโครงเรื่องที่จะพูด
เรียงลำดับก่อนหลังอย่างสละสลวย ซึ่งผู้ฟังสามารถ
6. ฝึกความชำนาญในการถ่ายทอดความคิดเข้าไปประทับใจผู้ฟังด้วยเสียงดังพอเหมาะ
เห็นจริงเห็นจัง
7. มีไหวพริบปติพานในการตอบปัญหาผู้ฟัง
รู้จักสะกดอารมณ์ไม่โกรธ แม้ขณะถูกผู้ถามถามอย่าง 8. อย่าพูดชนิดมีลักษณะแข็งทื่อหรือเคร่งครัด
9. ถ้าเลือกเรื่องพูดได้
ต้องเลือกเรื่องที่ตนมีความชำนาญหรือช่ำชองมาก่อนแล้ว พูดมาจากความคิด
10. อย่าพูดว่าเวลาน้อย
ผู้พูดจะต้องจำกัดเรื่องให้แคบลงจนเหมาะกับเวลา
เวลาน้อยอยู่แล้วยิ่งมาพูดว่า 11. ในการพูดครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ควรให้มีหัวข้อสำคัญมากเกินไป 12. การซ้อมพูดเป็นเรื่องสำคัญ หรืออาจจะอัดเทปกลับมาฟังเสียงตนเอง แล้วแก้ไขการพูดครั้งต่อ ๆ ไป
13. เตรียมอารมณ์ที่จะพูด
อารมณ์และจิตใจนั้นเป็นสิ่งเสริมซึ่งกันและกัน
เมื่อจิตใจและอารมณ์
14. แต่งกายเรียบร้อย ตัดผม
โกนหนวด ติดเครื่องหมายยศครบครัน ชุบเครื่องหมายโละเป็นเงางาม
15.
ใช้ระดับความถี่ห่างของคำพูดที่ทำไม่ให้เบื่อหน่าย
คือเน้นตอนที่ควรเน้น เปลี่ยนระดับเสียงแสดง
16.
ควรพูดมาจากความคิดที่บันทึกไว้ในสมอง
ไม่ใช่พูดมาจากแผ่นกระดาษที่เขียนเตรียมไว้ทำให้
17. การพูดที่ดี
ควรพูดกับผู้ฟังแบบการสนทนาธรรมดาอย่างเป็นกันเอง
มิใช่แบบสอนหรือบรรยาย
ข้อแนะนำในการบรรยายสรุป 1. สิ่งที่พึงคิดก่อนก็คือ บรรยายสรุปให้ใครฟัง ผู้ฟังมีประสบการณ์ในเรื่องที่จะบรรยายระดับใด
2. คำนึงถึงเวลาที่มี
การจัดแบ่งเวลาเหมาะสมการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเป็นจังหวะสอดคล้อง
3. เน้นจุดสำคัญ เลือกภาพประกอบ
ถ้าเป็นการบรรยายารุปเพื่อให้ได้ข้อตกลงใจก็ต้องกล่าวถึงปัญหา
4. การศึกษาเรื่องที่จะบรรยายสรุปอย่างขึ้นใจ
บรรยายด้วยความองอาจ เชื่อมั่นตนเอง ไม่กิ่งเกรงใคร
5. อิริยาบทที่บรรยายควรดำรงลักษณะทหารไว้
และการบรรยายสรุปชื่อก็บอกแล้วว่าบรรยายสรุป
6. ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา
ลองคิดว่าถ้าตนเป็นผู้ฟังน่าจะสงสัยและถามอะไรแล้วเตรียมคำตอบอย่าง
ข้อแนะนำเรื่องอื่น ๆ
1. ฝ่ายอำนวยการที่ดีจะต้องขยัน
หนักเอาเบาสู้ มีความรู้กว้างขวาง หูตากว้างไกลไม่คับแคบมี
2. แฟ้มเรื่องไม่ด่วน
เรื่องที่ผู้บังคับบัญชาจะต้องอาศัยเวลาในการตกลงใจ
หรือเรื่องไม่สู้ดีต่าง ๆ ไม่ควร
3. หากมีเรื่องที่ดี ข่าวดี
ใคร่จะนำเรียนผู้บังคับบัญชา ให้นำเสนอทันทีพร้อมข้อคิดเห็นหรือหนทาง
4. เมื่อผู้บังคับบัญชาเรียกไปสั่ง
อย่าใช้คำพูดปฏิเสธว่าทำไม่ได้ ผู้บังคับบัญชาท่านใคร่ครวญแล้วว่า
5. อย่าอวดภูมิ
หรือแสดงท่าทีเป็นนัย แสดงต่อใคร ๆ เป็นการอวดฉลาดกว่าผู้บังคับบัญชา
จะต้องสงบ
6. เมื่อผู้บังคับบัญชาเรียกไปถาม
ให้พิจารณาเสนอคำตอบโดยรอบคอบพิถีพิถัน ตอบด้วยความ
7. ประสานงานกับเพื่อนร่วมงานอย่าดื้อรั้น
หรือประสานงา ยอมรับฟังความคิดเห็นของบุคคลรอบ
8. เมื่อเสนอแนวความคิดแด่ผู้บังคับบัญชาไปแล้ว
ถ้าผู้บังคับบัญชามีความคิดของท่านขึ้นมา
9. อย่าไปหวังผลงานเป็นอามิส
คิดว่าเป็นสิ่งอันพึงมีพึงได้จากการงานที่ทำเป็นเพียงสิ่งสมมุติ
ควรจะ
10. วัน ๆ ถ้าไม่คุยถึงเรื่องงาน
ก็โปรดอย่าคุยกันถึงเรื่องตำแหน่ง ใครเป็นนั่นใครเป็นนี่ คุยอยู่ซ้ำซาก
11. มีความปรารถนาดีต่อหน่วยอยู่เสมอ
รักข้าทหารยิ่งกว่าอิสระและน้ำเมา อย่าไปแสดงตนเสมือน
12. กำกับดูแล ตรวจตรา
มิใช่ทำงานเอาหน้า ออกคำสั่งไปแล้วก็แล้วกัน ยังต้องคอยประเมินผล
13. แต่งเนื้อแต่งตัวสะอาด
อย่าให้หัวช้างสนิมเขรอะ หรือสายเสธ.เปรอะขี้มือ
ร้อยวันพันปีไม่เคยซัก
14. หาอุบายกระตุ้น บำรุงใจ
เจ้าหน้าที่ในแผนกของตนให้กระตือรือร้นในการทำงาน อย่าปล่อยให้งาน
15. ปรับปรุงตนอยู่เสมอ
จนเป็นที่นิยมเลื่อมใสรักใคร่แก่หน่วยรองและนายทหารทั่วไป
สิ่งนี้จะส่งผล
16. สนับสนุนการกีฬา การบันเทิง
การพักผ่อนหย่อนใจของหน่วยบ้าง มิใช่จะบ้างานเสียจนเป็น
17. ซื่อสัตย์ จนผู้บังคับบัญชาไว้ใจ
อย่าเห็นแก่เล็กแก่น้อย เป็นผู้เสนอแนะที่ผู้บังคับบัญชา
18. ต่อสู้
ขจัดขัดขวางอุปสรรคน้อยใหญ่ที่จะมาแผ้วพาลหน่วยและผู้บังคับบัญชาที่ดี
ๆ ทุกวิถีทาง
19. ในวาระแรกที่ถูกบรรจุ
เมื่อสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ไปประจำที่หน่วย
20. โปรดระลึกไว้ว่า
ท่าจะต้องเป็น Planner, Co - ordinator and Supervisor but
not
21. กำกับดูแลจนมั่นใจว่า
งานที่เสนอในแฟ้มทันการปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาและรองฯ ตลอดจน
22. งานที่เป็นพันธกิจในสายฝ่ายอำนวยการ
ที่ท่านรับผิดชอบอยู่แล้ว ท่านไม่ควรให้ใครมาคอยเตือน
23.
ข้อมูลในสายงานที่รับผิดชอบท่านต้องมีให้พร้อม
ถ้าจำไม่ได้หมดก็ต้องมีบันทึกติดตัวไว้
24. พึงหลีกเลี่ยงการจับกลุ่ม
แบ่งพรรคแบ่งพวก ทั้งๆที่อยู่หน่วยเดียวกัน จะต้องเป็นพวกของทุกคน
25.
เมื่อมีส่วนร่วมในการพิจารณาบำเหน็จของผู้ใต้บังคับบัญชา
พึงยึดถือผลงานของเขาเป็นหลัก
หลักการปฏิบัติราชการ 1. เมื่อเข้ารับราชการใหม่อย่ากล้าจนเกินพอดี และอย่าขี้ขลาดจนเสียราชการ 2. อย่าเป็นคนมักง่าย เลินเล่อ จงระมัดระวังตัวอยู่เสมอ 3. อย่ามีอคติต่อผู้บังคับบัญชา ควรปฏิบัติงานให้สำเร็จด้วยความสุจริต และเที่ยงธรรม 4. เมื่อมีราชการเกิดขึ้น ไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืน หากถูกเรียกใช้งานก็ให้ปฏิบัติด้วยความเต็มใจ 5. ทางเดินที่ถูกตกแต่งเป็นบาทวิถี แม้มีพระบรมราชานุญาตให้เดินได้ก็ไม่ควรเดิน 6. ไม่ควรใช้ของเสมอพระราชา หรือหัวหน้า ควรปฏิบัติให้พอดีกับฐานะ 7. ไม่ควรใช้กิริยาวาจา โอหัง 8. ไม่ควรเล่นหัวกับพระสนมกำนัล 9. ไม่ควรจับกลุ่มปรึกษาข้อราชการในที่ลับ 10. ไม่บังอาจลักลอบเอาพระราชทรัพย์ออกจากพรระคลัง 11. อย่าเห็นแกหลับนอนจนแสดงให้เห็นความเกียจคร้าน 12. ไม่พึงดื่มสุราจนเมามาย 13. ไม่พึงฆ่าสัตว์ที่ได้รับพระราชทานอภัย 14. ไม่พึงทะนงตนว่าพระราชา หรือหัวหน้าโปรดปราน 15. พึงรู้จักที่เข้าเฝ้าอันเหมาะสม อย่าให้ห่างหรือชิดเกินไป 16. เมื่อได้รับการยกย่อง เชิดชู ไม่ควรหยิ่งทะนงอวดตนว่าเป็นนักปราชญ์ 17. อย่าเป็นคนเห็นแก่ได้ อย่ายอมตนให้อยู่ในอำนาจของความอยาก 18. ไม่บังควรอย่างยิ่งที่จะใช้จ่ายเงินแผ่นดินไปในทางฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย 19. ควรสอดส่องดูแลรักษาราชการงานในหน้าที่ให้ดี อย่าได้ผิดระเบียบประเพณีและกฎหมาย 20. ไม่ควรมัวเมาในสตรี เพราะจะก่อให้เกิดราคีโทษในหน้าที่ราชการ ทำให้เสื่อมอำนาจ 21. ไม่ควรพูดมากจนเกินพอดี แต่ไม่ควรนิ่งเสียร่ำไป 22. เมื่อถึงคราวต้องพูด จงพูดพอเหมาะพอควร ชัดเจน และนิ่งเมื่อถึงคราวอันควร 23. ต้องเป็นคนอดทน ไม่ฉุนเฉียว โกรธง่าย 24. ควรเป็นคนมีความสัตย์จริงต่อวาจาของตนเอง พูดจาสุภาพอ่อนโยน 25. ต้องบำรุงเลี้ยง พ่อแม่ให้เกิดความผาสุข 26. ต้องละอายต่อความชั่ว เกรงกลัวต่อความผิด 27. ต้องมี ระเบียบวินัยเคร่งครัด มารยาทเรียบร้อย สุภาพ อ่อนโยน 28. ต้องมีศิลปะในการปฏิบัติราชการให้ดำเนินไปโดยรวดเร็วและสำเร็จเป็นผลดี 29. ต้องฝึกอบรมจิตใจให้ยึดมั่นในความดี อัธยาศัยอ่อนโยน ไม่ถือตัว 30. ต้องเป็นคนขยันขันแข็งในหน้าที่การงาน 31. เป็นคนบริสุทธิ์สะอาดในหน้าที่การงาน 32. เป็นคนเฉลียวฉลาด รู้จัก อะไรควรอะไรไม่ควร 33. ต้องประพฤติตนอ่อนน้อม มีความเคารพยำเกรงผู้ใหญ่ 34. ควรใฝ่ใจเข้าหาสมณะผู้ทรงศีล เพื่อรักษาศีล ฟังธรรมตามกาล 35. ควรรักษาระเบียบประเพณีให้มั่นคง 36. ไม่ควรยกย่อง บุตรชายหญิง หรือญาติพี่น้อง ที่ประพฤติตนไม่ดี 37. ไม่เห็นแก่อามิสสินจ้าง
หลักราชการ 1. ความสามารถ 2. ความเพียร 3. ความมีไหวพริบ 4. ความรู้เท่าถึงการณ์ 5. ความซื่อตรงต่อหน้าที่ 6. ความซื่อตรงต่อคนทั่วไป 7. ความรู้จักนิสัยคน 8. ความรู้จักผ่อนผัน 9. ความมีหลักฐาน 10. ความจงรักภักดี
จริยธรรมของฝ่ายอำนวยการ1. ฟังเป็น และพูดให้เขาฟังเป็น 2. ขจัดอารมณ์ร้ายได้ 3. ทนทุกข์กาย ทุกข์ใจ ทนถูกด่าว่า และทนต่อสิ่งเย้ายวนทั้งหลายได้ 4. ปฏิบัติราชการได้คล่องแคล่ว และรวดเร็ว 5. มีปัญญาสุขุม และมีความคิดอ่านที่ดี มองการณ์ไกล 6. ตื่นตัว ทันโลก มีแผนงานล่วงหน้า ไม่ประมาท เตรียมรับสถานการณ์อยู่เสมอ 7. เป็นคนเอางาน ทำงานเก่ง ขยันขันแข็ง 8. จำแนกเหตุได้ถูกต้อง แบ่งงาน แบ่งบุคคลได้เหมาะสมแก่งาน 9. มีความเมตตากรุณา มีศีลธรรมประจำใจ มีความประพฤติดี 10. มีการสอดส่อง ติดตามงาน 11. สามารถในการค้นหามูลเหตุแห่งปัญญา และแก้ปัญหาต่างๆได้อย่างถูกต้อง 13. สร้างมิตรภาพกับผู้อื่น 14. เป็นคนใจคอกว้างขวาง หนักแน่น เชื่อมั่นในตัวเอง สามารถในการนำผู้อื่นได้ 15. ฝึกฝนปัญญาตนเองให้ฉลาด 16. เป็นคนรอบรู้ พหูสูต คงแก่เรียน มีปัญญา 17. ไม่ละเลยหน้าที่ 18. เป็นสัตตบุรุษ 19. รอบรู้ในการตั้งกองทัพ สามารถทำให้อาวุธตกไปได้ไกล ยิงแม่นรู้เป้า ทำลายขุมกำลังได้
20. เฉลียวฉลาด องอาจ แกล้วกล้า
เป็นนักสู้องอาจ ไม่หวาดหวั่น ไม่ครั่นคร้ามพรั่นพรึง 21. มีวินัยดี แนะนำผู้อื่น มีความสุภาพอ่อนโยน 22. เป็นคนสุจริต ไม่โลภ 23. เคารพผู้ใหญ่ในราชการ 24. รู้จักประมาณตัว ระมัดระวังตัว 25. เข้ากับผู้อื่นได้ 26. ใคร่ครวญพิจารณาให้รอบคอบก่อนจึงทำ 27. สามารถพูดชักจูงคนฟังให้เห็นคล้อยตาม 28. ฉลาดรอบรู้ในสิ่งที่มีคุณ มีโทษต่อบ้านเมือง 29. เป็นคนสุภาพ ไม่ทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น 30. ฉลาด รอบรู้ กล้าหาญ จำแม่น คงแก่เรียน ประพฤติดี
แม้ว่าความรับผิดชอบจะเป็นของผู้บังคับบัญชาแต่ผู้เดียวก็ตาม
แต่เมื่อความล้มเหลวใด ๆ
เกิดขึ้น
พ.อ.โกญจนาท ศุกระเศรณี
ผอ.กตก.สวท.รร.จปร.
ผู้รวบรวม
|