ข้อบกพร่อง 10 ประการในสงครามอิรัก


   ปราชญ์ทางทหารเคยได้กล่าวไว้ว่า "นักรบ จะต้องไม่หันหลังให้กับ ผู้บังคับบัญชา ตำรวจและข้าศึก"

                  ผู้เขียนเห็นด้วย ไม่ต้องมาอธิบายให้เสียเวลา   จอมทัพผู้กรำศึกเอาเลือดทาแผ่นดินไทยทุกท่านศึกษาตำราพิชัยสงครามอย่าง
    ช่ำชอง  ผู้นำกองทัพที่ละเลยที่จะศึกษา  "บทเรียนจากการรบ"   ได้นำทหารไปสู่ความตายมานับไม่ถ้วน  ยิ่งไปกว่านั้น "ท่าน"  เหล่านั้น
    ได้ยัดเยียดความปราชัยมาสู่มาตุภูมิเป็นมรดกบาปตกทอด ต้องขมขื่นก้มหน้าอับอายก็ยังมีให้เห็น

                  ข้อดีประการหนึ่งของ " ฝรั่ง "  คือชอบบันทึกเรื่องราว   ขบคิดเปิดใจกว้าง    ที่จะนำข้อผิดพลาด มาถ่ายทอดเสมอๆ   โดยไม่
     คิดถึงความน่าละอายแต่ประการใด  นี่คือความรักกองทัพ  รักหมู่คณะ  รู้รักสามัคคี  มีความจริงใจ    โดยไม่ต้องมาจัดพิธีรีตรองให้เสีย
     เวลาผู้เขียนได้พบบทความใน Armed Force Joumal ฉบับเดือนเมษายน 2548 เรียบเรียงโดย Ralph Peters อดีตนายทหารบกสหรัฐ
    ที่กล่าวถึงข้อบกพร่อง 10 ประการ ที่กองทัพสหรัฐ กำลังประสบอยู่ในการปฏิบัติภารกิจทางทหารในอิรัก อย่างตรงไปตรงมาและเผ็ดร้อน
    จึงขอนำมาถ่ายทอดให้กับท่านที่ทำงานด้านความมั่นคงได้พิจารณา สรุปได้ดังนี้


    1.เทคโนโลยี เพียงลำพังไม่สามารถจะเอาชนะสงครามได้

                  เมื่อเริ่มทำสงครามสหรัฐมีแผนการใช้ "Shock And Awe" ที่นักทฤษฎีพลเรือนในเพนตากอน มุ่งใช้กำลังทางอากาศถล่มอิรัก
     ให้ราบคาบ  โดยมีสมมติฐานว่าจะทำให้กองกำลังภาคพื้นดินหมดศักยภาพมาจนถึงทุกวันนี้ สหรัฐหมดเงิน ไปนับพันล้านดอลลาร์ โดย
     ไม่สามารถสยบกองกำลังภาคพื้นดินได้เลยเปรียบประดุจยุทธการถล่ม อิรัก      เป็นการแสดงแสงสีเสียง ( Light And Sound Show )
      อาวุธปล่อยของสหรัฐแม่นยำจริง แต่มิได้สร้างความหายนะในลักษณะ "แพ้ราบคาบ" สหรัฐวางแผนโจมตี "ศูนย์ควบคุมทางเทคโนโลยี   
     
ระดับสูง" ของข้าศึก แต่ข้าศึกที่แท้จริงหาใช่บรรดานายทหารระดับสูงหรือเทคโนโลยีข้าศึกที่แท้จริงของเราขณะนี้คือบรรดานักรบตาม  
     
ท้องถนน ที่ใช้เพียงโทรศัพท์มือถือ ใช้อินเตอร์เน็ต       และใช้สื่อสารมวลชนทั้งหลายที่มีอยู่ทั้งโลกเป็นเครื่องมือทำงานอย่างประณีตมี  
     
ประสิทธิภาพเหนือกว่าที่สหรัฐคาดคิด


     2."คน" เป็นสิ่งจำเป็นในการทำสงครามภาคพื้นดิน

                  สหรัฐ มีความพยายามสุดขั้วในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการแก้ปัญหาด้านความมั่นคง  ทั้งนี้ เพื่อชดเชยทุกสิ่งทุกอย่างที่คิด
      ว่าคนบกพร่องเรายังขอยืนยันว่า "เรายังคงต้องใช้คนเพื่อแก้ปัญหาคน"  โดยเฉพาะการทำงานแก้ปัญหาความขัดแย้งที่คนสะพรึงกลัว
      ที่สุด  คือ  การก่อความไม่สงบในเมืองทหารสหรัฐ  และหน่วยนาวิกโยธิน        เข้าสนามรบเพื่อเอาชนะในยุทธการ   Operation Iraqi    
     
Freedom  ใน "รูปแบบการรบดั้งเดิม" ไล่ยิงกันบนถนนตามแนวลำน้ำ     จนถึงในท่ามกลางพายุทะเลทรายมีการซุ่มโจมตี ในทุกที่ทุก
      เวลาความดุเดือดสุดยอดของการรบภาคพื้นดินอยู่ที่แบกแดด  มีบทพิสูจน์ชัดเจนว่าร่างกายและจิตใจของคน   มีค่าเหนือกว่าเหล็กและ 
     
ไมโครชิปในการปราบปรามความไม่สงบ เทคโนโลยียังเป็นประโยชน์ แต่ขอยืนยันว่าเทคโนโลยียังมีคุณค่าเป็นรอง


     3.เราต้องการจำนวนกำลังพลที่มากพอ

                  นที่สุดจำนวนกำลังพล ก็เป็นเรื่องเก่าที่ต้องกลับมาคิดทบทวนกันใหม่ ถ้าหากเรามามัวคิด ตัวเลขราคาที่ถูกที่สุด ที่จะเอาชนะ
      
สงครามได้ มันจะเป็นการคิดที่ไม่ฉลาดนัก "เรื่องจำนวนกำลังพล"    เป็นเรื่องสำคัญ      ถ้ามีให้ก็จะนำมาใช้งานได้ยอดกำลังพลของ
       กองทัพบก และนาวิกโยธินสหรัฐในขณะนี้น้อยไปสำหรับภารกิจในการพิทักษ์โลกใบนี้   กระทรวงกลาโหมสหรัฐ   กำลังมีแผนที่จะลด
       กำลังลง 2-3 กองพล กระทรวงกลาโหมสหรัฐกำลังหาทางยับยั้งการเพิ่มจำนวนทหาร 30,000 คน     เพื่อสงวนงบประมาณไว้ตามวิธี
       การคิดสมัยสงครามเย็นแบบดั้งเดิม   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐดูเหมือนจะจงรักภักดีต่อ   "ภารกิจอุตสาหกรรมป้องกัน
       ประเทศ" มากกว่า "ภารกิจป้องกันประเทศ"


     4."ความรวดเร็ว" คือ สุดยอดปรารถนาในสนามรบ

                  ในการทำสงครามในยุคปี 1980-1990    ทหารอเมริกันรับรู้ว่าจะต้อง   "ปฏิบัติการรบภายใต้วงรอบการตัดสินใจของข้าศึก"
       ปัจจุบันทหารอเมริกันตระหนักว่าเรากำลัง   "ปฏิบัติการรบภายใต้สื่อสารมวลชน"    สื่อของฝ่ายตรงข้ามคือ      โทรทัศน์ อัล-จาซีรา
      (al-jazeera)    เป็นฝ่ายมีชัยในการรบที่เมืองฟาลูจาห์         นาวิกโยธินสหรัฐปฏิบัติการทุกอย่างด้วยความชำนาญและประณีตตาม
       หลักการของหลักการรบในเมืองและต้องใช้เวลา จึงเป็นสาเหตุให้สื่อตัวนี้ออกอากาศโน้มน้าวผู้ชมทั้งโลก   รวมทั้งผู้นำคนสำคัญของ
       สหรัฐให้เห็นเป็นตรงกันข้ามกับความจริงได้   สหรัฐประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการครั้งที่สอง    ที่เมืองฟาลูจาห์ เพราะมีจำนวน
       กำลังพลที่เหนือกว่า ทหารสหรัฐทำทุกอย่างตามหลักการ ด้วยความรวดเร็ว   จนสามารถเอาชนะได้อย่างราบคาบภายในเวลาไม่ถึง
       สัปดาห์ดูเหมือนว่าทหารสหรัฐมิได้เผชิญกับข้าศึกที่ไหนเลย แต่ที่เรากำลังเผชิญที่แท้จริงคือ ข้าศึกที่เราไม่สามารถยิงโต้ตอบได้เลย
       นั่นคือ "สื่อมวลชน" เราจะมีชัยในการรบได้คือ "ความรวดเร็ว"

     5.ต้องทำให้ข้าศึกเชื่อว่า เขาแพ้แล้วอย่างราบคาบ

                  สหรัฐส่งกำลังขนาดเล็กเข้าไปรบในอิรัก    เมื่อเราต้องการเข้าควบคุมนครแบกแดด    จึงพบว่าเราไม่สามารถควบคุมสถาน
       การณ์ได้ พวกสุหนี่ที่เคยสนับสนุนซัดดัมอยู่ก่อน    จึงไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรเป็นเวลานับเดือนที่พวกชนเผ่าสุหนี่แทบจะไม่เคยพบ
       เห็นกองกำลังภาคพื้นดินของสหรัฐ พวกเขาจึงไม่เชื่อว่ารัฐบาลซัดดัมพ่ายแพ้ต่อกองกำลังสหรัฐจริง จึงพยายามดิ้นรน ขัดขืน ต่อสู้
       อีกต่อไป ทหารสหรัฐเองไหนจะต้องห่วงผู้บาดเจ็บฝ่ายเดียวกัน   แถมจะยังต้องห่วงข้าศึกที่บาดเจ็บเพราะต้องการเอาชนะจิตใจชาว
       อิรักทั้งหลายทั้งปวง เรื่องที่ควรจบจึงยังไม่จบข้าศึกที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลยนั้น   เราอาจจะเห็นเขายกมือยอมแพ้    แต่หัวใจของ
       พวกเขายังไม่แพ้เราต้องทำให้ข้าศึกรู้สึกว่าเขาแพ้และหมดทางสู้ให้ได้

     6.รายละเอียดในการปฏิบัติการรบต้องปล่อยให้อยู่ในความรับผิดชอบของทหารอาชีพ

                  บทเรียนนี้เป็นเรื่องที่เรามักไม่จดจำ แม้ว่าอุดมการณ์จะเป็นสิ่งที่พาสหรัฐเข้าไปในแบกแดดแต่อุดมการณ์ไม่อาจจะพาสหรัฐ
       กลับออกมาได้การมีกองทัพที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองนั้นเป็นพรอันประเสริฐแต่ความพยายามในการใช้สถาบันนี้เพื่อจุดประสงค์ของ
       กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง   แทนที่จะยึดตามหลักยุทธศาสตร์ชาติ       จะเป็นการเบี่ยงเบนคุณค่าสำคัญของสถาบันทหารด้วยความกลัวว่างบ  
      
ประมาณที่คาดการณ์ไว้จะสูงจนไม่สามารถโน้มน้าวสภาคองเกรสและคนอเมริกัน  ในการโค่นล้มรัฐบาลอิรัก   ผู้นำที่เป็นพลเรือนใน
       สำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม จึงไม่ยอมให้กองทัพสหรัฐเตรียมกำลังทหารอย่างเต็มที่  รวมทั้งห้ามไม่ให้มีการวางแผนในรายละเอียด
       สำหรับการเข้ายึดครองอิรัก ทุกสิ่งทุกอย่างสมควรจะเกิดขึ้นด้วยเวทมนตร์หรือ?   คนที่ยึดถืออุดมการณ์ได้ทำสงครามของพวกเขา
       แต่ผลที่เกิดขึ้นนั้นเลวร้ายอย่างยิ่ง      คนอเมริกันทุกคนที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ในช่วงการสู้รบ เป็นผลมาจากพลเรือนที่ขาดประสบ
       การณ์ในสำนักงานรัฐมนตรีกลาโหม ซึ่งไม่ยอมรับคำแนะนำจากผู้ที่อุทิศทั้งชีวิตให้กับหน้าที่

     7.การบุกยึดครองอิรักต้องมีหลักเกณฑ์

                  การเข้ายึดเป็นเรื่องของการปรากฏตัว เป็นเรื่องที่ต้องใช้ "คน" ผู้ถูกยึดครองแทบจะต้องมองเห็น "ผู้ยึดครอง" ทุกหนทุกแห่ง
       จะไม่มีการยึดครองแบบทีเล่นทีจริง กองทัพสหรัฐต้องทำให้ผู้ไม่ถืออาวุธศิโรราบโดยไม่มีการขัดขืนและจะต้องประกาศกฎอัยการศึก
       ทันทีกฎอัยการศึกไม่ใช่เรื่องของความโหดร้ายที่นำมาใช้ตามอารมณ์  แต่มันคือหลักประกันว่าชาวอิรักและทรัพย์สินจะปลอดภัยแม้
       ทุกสิ่งทุกอย่างจะล่มสลายไปหมดก็ตาม  กฎอัยการศึกจะเป็นกฎที่ใช้กับบุคคลที่เอาเปรียบคนอื่นโดยมิชอบหรือเพื่อมิให้เกิดอาชญา
       กรรม หรือการต่อต้านจากผู้ก่อการร้ายเมื่อกองทัพตั้งเป้าหมายไว้สำหรับการยึดครองอิรักนั้นโดยใช้ "หลักการของกฎหมาย" แต่ก็
       สามารถอ่อนตัวได้หากสถานการณ์เอื้ออำนวย      หากเราไม่ควบคุมสถานการณ์แล้วปล่อยให้ความสับสนวุ่นวายปล่อยให้อาชญากร
       ออกมาแผลงฤทธิ์เต็มเมือง แล้วจึงค่อยมาประกาศกฎอัยการศึกเพื่อควบคุมภายหลังซึ่งมันน่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้  เรื่องที่สำคัญ
       อีกประการหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือ   การให้โอกาสชาวอิรักเข้ามามีส่วนในการบูรณะฟื้นฟูประเทศของตน การกระมิดกระเมี้ยนให้ผู้รับ
       เหมาอเมริกันเข้ามารับงานก่อสร้างซะหมด เป็นเรื่องที่ผิดอย่างมหันต์เพราะนอกจากเราจะดับทุกข์ให้ชาวอิรักไม่ได้ แถมเรายังไปเพิ่ม  
      
ทุกข์ให้เขาอีกสหรัฐอเมริกาควรมอบความรับผิดชอบให้ชาวอิรักมากที่สุดเท่าที่จะทำได้           จ้างคนอิรักเข้ามาทำงานเพื่อลดความ
       อดอยากจะทำให้สหรัฐประหยัดเงินได้นับพันล้านดอลลาร์ งานทุกอย่างน่าจะสะดวกและรวดเร็วขึ้นแทนที่จะปล่อยให้คนหนุ่มสาวชาว
       อิรักว่างงาน มีชีวิตที่ขมขื่น ฝีมือในการทำงานอาจจะไม่ดีพอ เช่นค่าจ้างอาจจะไม่มากแต่น่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นบ้างหางานให้
       คนทำจะได้ไม่ว่างงาน   จัดการกับพวกอันธพาลตามท้องถนน     เมื่อชาวอิรักร้องเรียนเรื่องน้ำไม่ไหลไฟดับ สหรัฐต้องโยนความรับ
       ผิดชอบไปให้หน่วยงานที่สหรัฐ  จ้างคนไว้ทำงานที่เป็นเพื่อนร่วมชาติของเขา  ผลักดันความรับผิดชอบต่างๆ      ออกไปให้มากที่สุด
       ในขณะที่สหรัฐมีอำนาจจัดการทุกอย่างในอิรักชาวอิรักรู้ดีว่าจะซ่อมจะสร้างอะไรด้วยทักษะที่มีอยู่ในขณะนี้ เราเองไม่รู้ดีเท่าคนอิรัก


     8.ข่าวกรองทางทหารแบบ งูๆ ปลาๆ

                  การปฏิบัติทางยุทธวิธีของทหารสหรัฐทำได้ดีทีเดียว แต่เราจะปฏิเสธไม่ได้ว่าหน่วยข่าวกรองของเราในขณะนี้ไม่สามารถหา
        ข่าวในเชิงลึกไม่เฉียบคม เพื่อสนับสนุนความต้องการของ  ผบ.หน่วยกำลังรบได้เลย เหตุผลง่ายนิดเดียวคือ    เราพึ่งพาเทคโนโลยี  
       
มากกว่า ความสามารถของตนระบบงานข่าวกรองของสหรัฐ ในขณะนี้ยังคงเหมาะสำหรับการรบกับ สหภาพโซเวียตในสงครามเย็น  
       
มากกว่าจะเอามาใช้สู้รบกับบรรดายอดมนุษย์ที่เรากำลังเผชิญอยู่      และจะมีผลต่ออนาคตของกองทัพ     ทำไมเราให้ความสำคัญ    
       
"เทคโนโลยี" มากกว่า "คน" น่ะหรือ? ก็เพราะ "คน" เป็นปัจจัยที่ยุ่งยากเชื่อถือไม่ได้    และคนมันหงุดหงิดได้แต่ความสามารถของ
        คนมีประโยชน์ ดาวเทียมไม่สามารถหาข่าวเจาะเข้าไปในจิตวิญญาณของข้าศึกได้     คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำนายความบ้าระห่ำ
        ของข้าศึกได้ ในชีวิตของเราจะยังไม่เห็นคอมพิวเตอร์ทำแบบนี้ได้ มีแต่ไอ้พวกตกเป็นทาสของเทคโนโลยีจะคุยโม้โอ้อวดเท่านั้นเอง

     9.การรู้ภาษาท้องถิ่น รู้จักวัฒนธรรม เป็นตัวคูณอำนาจกำลังรบ

                  ทหารเพียงแค่หนึ่งคนที่รู้ภาษาท้องถิ่น และรู้จักความแตกต่างของวัฒนธรรมจะมีประโยชน์ต่อกองทัพมากกว่าเครื่องบินรบ
        F/A-22 หนึ่งฝูงบินถ้าเราจะกล่าวว่า "ปัจจัยอะไร"    ที่จะเป็นตัวเพิ่มศักยภาพให้กับกองทัพสหรัฐทั้งทางยุทธศาสตร์และยุทธวิธีได้
        อย่างเป็นรูปธรรม?ขอตอบได้เลยว่า "ความรู้ภาษาต่างประเทศ" จะเป็นปัจจัยหลัก เราจะรู้จักข้าศึกของเราได้อย่างไร ถ้าเราไม่รู้ว่า
        เขากำลังพูดอะไรกัน?ถึงแม้ว่าเราจะมีนายทหารผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศ และมีหลักสูตรภาษาแบบเร่งด่วนก่อนเข้าปฏิบัติการ
        ก็ตาม ต้องยอมรับว่าความรู้ภาษาเพียงน้อยนิดตอบสนองความต้องการของเราได้น้อยนิดเช่นเดียวกัน ทหารสหรัฐควรได้รับการ
        ฝึกฝนภาษาท้องถิ่นเบื้องต้นของประเทศที่จะต้องเข้าไปปฏิบัติการ       และสำหรับทหารบางนายจะต้องได้รับการฝึกฝนให้มีความ
        เชี่ยวชาญพิเศษ ขณะนี้เรามิได้ปฏิบัติตามหลักการเช่นนี้เลยสหรัฐจะต้องปรับเปลี่ยน "วิธีคิด" เสียใหม่     ในขณะที่โลกรอบตัวเรา
        ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาในขณะนี้ "ผู้บังคับกองพัน" ของเรา ถูกบังคับให้พึ่งพาอาศัย "ล่ามท้องถิ่น" ที่เราจ้างมาทำงาน ภาพการ
        ปฏิบัติเช่นนี้ทำให้ผู้บังคับหน่วยมิใช่ผู้ทรงอานุภาพที่สุดอีกต่อไป   เราจะไม่สามารถล่วงรู้อะไรๆ เกี่ยวกับข้าศึกของเราได้แม้แต่นิด
        เดียว เราจะไม่รู้เจตนารมณ์การรู้ภาษาท้องถิ่นคือกุญแจดอกสำคัญที่จะทะลุทะลวงเข้าไปสู่สิ่งเหล่านี้ได้ผู้เขียนเคยได้รับคำบอกเล่า
        จากนายทหารยศพลเอกท่านหนึ่งว่า "ระบบงานพัฒนากำลังพล(OPMS) จะไม่สามารถสนับสนุนการสอนภาษาได้อีกต่อไป" ผมคิด
        ว่ามันเป็น "ตลกฝืด"  เพราะถ้าหากว่าระบบงานพัฒนากำลังพลกองทัพสหรัฐไ   ม่สามารถทำได้จริงเราคงต้องเปลี่ยนระบบเสียเอง
        โดยให้ทหารไปฝึกฝนกันเองในสนามรบเท่าที่ทราบมา   หน่วยนาวิกโยธินสหรัฐกำลังปรับปรุงหลักสูตรการสอนภาษา   กองทัพบก
        สหรัฐควรเร่งรีบดำเนินการเช่นเดียวกัน ความรู้ภาษาเป็นอาวุธได้เช่นกัน


     10.ทหารของเราจะต้องเผชิญการปฏิบัติการ 3 รูปแบบที่สำคัญยิ่งคือ การโจมตีทางยุทธศาสตร์ การรุก
          ด้วยความรวดเร็วเพื่อโจมตีสั่งสอนข้าศึก และการเข้ายึดครองดินแดน


                  ขอให้เราลืมกฎเหล็กของห้างสรรพสินค้าที่ว่า   "ถ้าคุณทำของแตก คุณต้องซื้อมัน"    เพราะว่าในขณะที่ทหารสหรัฐเข้าไป
        ปฏิบัติการพร้อมกันทั้งในอัฟกานิสถานและอิรัก เราคงจะไม่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้หมดจด และยังมีคนคิดไปถึง "โซมาเลีย"
        ที่เราเห็นว่ารับไม่ได้ที่จะทำสงครามสั่งสอน และจากไปความขัดแย้งทั้งหลายในโลกนี้ที่เราเข้าไปจัดการ มันแสนจะสับสน  ซับซ้อน
        และไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแท้จริง เราควรจะเข้าโจมตีทางยุทธศาสตร์ต่อเป้าหมายที่แท้จริง แล้วรีบผละออกจากที่หมายไปรุก
        ด้วยความรวดเร็วเพื่อโจมตีสั่งสอนข้าศึก ทำลายขีดความสามารถข้าศึกและผละออก รุกเข้าสู่เป้าหมายด้วยกำลังเต็มรูปแบบและมี
        กำลังเพียงบางส่วนเข้ายึดครองดินแดนการปฏิบัติการดังกล่าวข้างต้น   จะเป็นการปฏิบัติที่ทุกเหล่าทัพถนัดและซ่ำชอง เหมือนกับ
        ประวัติศาสตร์ที่เราเคยปฏิบัติมาเช่นการปฏิบัติการรบที่ชายฝั่งทริโปลี (Tripoli)   การปฏิบัติการของกองทัพบกสหรัฐต่อกลุ่มโมโร
        (Moro)  ในฟิลิปปินส์    การปฏิบัติการลับ   การปฏิบัติการพิเศษเราเคยรู้ดีว่า  "เราจะรบอย่างไร เอาชนะอย่างไรและถอนตัวอย่าง
        เหมาะสมเมื่อใด?"แน่นอน มีบางครั้งบางคราวที่เราจำเป็นต้องยื่นมือเข้าไปสงเคราะห์ข้าศึกที่เราเพิ่งถล่มมันไปราบคาบ แต่บางครั้ง
        บางคราวเราก็จำต้องปล่อยให้ข้าศึกมันนอนตายอยู่ตรงนั้นบ้างอาณาจักรที่มีความทันสมัยที่สุดจำเป็นต้องแยกแยะความแตกต่าง
        ให้ได้นี่คือทรรศนะอันมีค่าของทหารสหรัฐ   ที่นำมาบอกกล่าวชาวโลกกันแบบ ไม่เกรงใจใคร  การรบ  มีเดิมพันกันด้วยชีวิต ทหาร
        สหรัฐยังต้องทำหน้าที่ของเขา เหตุผลในการทำสงครามนั้น  จะถูก  จะผิด  ผู้อ่านกรุณาใช้ ดุลพินิจของท่านเอง  "ทหารอาชีพ" เมื่อ
        เขาสั่งให้ไปรบแล้วต้องรบชนะ

                                                                                                                          พลโทนิพัทธ์ ทองเล็ก แปลและเรียบเรียง
                                                                                                       มติชนรายวัน วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 9916